กรี๊ดกันเมื่อสองหนุ่มเจ้าของเสียงร้องกระชากวิญญาณคนอกหักอย่าง “บอย-พีธ พีซเมกเกอร์” (บอย-อนุวัฒน์ และ พีธ-พีระ) ออกมาประกาศข่าวใหญ่กลางห้างดัง เอ็มสเฟียร์ ว่าเตรียมกลับมาจัดคอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบครั้งแรกในรอบ 23 ปี! ภายใต้ชื่อ “PEACEMAKER THE RE:PEACE CONCERT 2026” งานนี้ทำเอาแฟนเพลงยุค 90 และ Y2K ถึงกับใจฟูน้ำตาคลอกันถ้วนหน้า

โดยทั้งคู่เปิดใจถึงจุดเริ่มต้นของการกลับมารวมตัวกันครั้งนี้ ว่าเกิดจากความคิดถึงล้วนๆ หลังจากที่บอยไปเป็นแขกรับเชิญในรายการของพีธ จนทำให้ไฟในใจคุโชนขึ้นมาอีกครั้ง แม้จะใช้เวลารอคอยนานถึง 23 ปี เพราะต่างคนต่างแยกย้ายไปเติบโตในเส้นทางของตัวเอง แต่สุดท้ายเสียงเพรียกจากแฟนเพลงที่ถามไถ่กันมาตลอด ก็ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจว่า “ถึงเวลาแล้ว” ที่จะกลับมาตอบแทนความรัก

ด้าน “บอย” เผยจุดเริ่ม รียูเนียน “PEACEMAKER THE RE:PEACE CONCERT” ว่า “เกิดจากการที่ผมไปออกรายการของพีธ (MasterPeet) หลังจากวันนั้นเราก็คุยกันมาเรื่อยๆ เขาก็เลยเริ่มชวนว่าถึงเวลาแล้วเพราะเราไม่ได้เล่นด้วยกันมานานมากแล้ว เคยนัดกันแล้วก็มีการขยับคิวไปมา จนได้วันและสถานที่พร้อม ถามว่าทำไมถึงปล่อยเวลาล่วงเลยให้แฟนเพลงรอนานขนาดนี้ หลังจากที่เราพักไปไม่ได้ทำเพลงด้วยกัน ต่างคนก็ต่างมีหน้าที่การงานไปทำในโปรเจกต์ของตัวเอง สุดท้ายมันคงถึงช่วงที่คิดถึงวันเวลาเก่าๆ คิดถึงแฟนเพลงเก่าๆ สิ่งที่แฟนๆ จะได้เห็นผมว่าน่าจะเป็นเรื่องของโมเมนต์ต่างๆ ที่คนดูมีประสบการณ์กับเพลงของเราในช่วงเวลาที่ผ่านมา ครั้งนี้ในคอนเสิร์ตผมก็อยากให้ทุกคนมารีมายด์ความรู้สึกแบบนั้น”


พีธ “ทั้งพีซเมกเกอร์ ทั้งบอยเดี่ยวและพีธเดี่ยวด้วย มีทั้งหมดเลยที่เราไปเติบโตกันมา ซึ่งคอนเสิร์ตครั้งนี้ก็จะได้พี่จั๊ก (ชวิน) มาเป็น Music Director ให้ครับ”


บอย
เผยต่อว่า “ดีใจที่การตอบรับที่ดีมากในวันแรกที่เราได้ลงโพสต์ไป มีคอมเมนต์ มีดีเอ็ม มีคนไลน์มา หลายคนเฝ้ารอพวกเรามาตั้งแต่อัลบั้มแรก เขาก็ทักกันมาเยอะมากว่าเตรียมตัวพร้อมกดบัตร เลยเป็นความรู้สึกดีใจที่เพลงของเรายังอยู่ในใจของพวกเขา จริงๆ การรอคอยของแฟนเพลงตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมาก็มีผลต่อการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ด้วย ทุกครั้งเวลาเราไปงานเจอกันก็ถ่ายรูปลงโซเชียล”

พีธ เสริมว่า “จะมีแฟนๆ เขามาถามตลอดว่าเมื่อไหร่จะจัดคอนเสิร์ต”


บอย เผยอีกว่า “ผมก็รู้สึกว่า 23 ปีมันนานจริงๆ เลยคุยกับพีธว่ามันคงถึงเวลาแล้วแหละที่เราสองคนจะกลับมาตอบแทนความรักของแฟนๆ ทุกคนที่เขามอบให้เรามาและที่เขารอเราอยู่ ส่วนความรู้สึกของศิลปินเองที่ได้กลับมาทำงานด้วยกันอีกครั้งคือตื่นเต้นมาก เหมือนย้อนกลับไปตอนอัลบั้มแรกเลย สิ่งที่ต้องปรับจูนกันแน่นอนว่ามีอยู่แล้ว เพราะพีธเองเขาก็มีความสามารถในด้านที่เขาถนัด ผมเองก็มีสิ่งที่ผมถนัด ฉะนั้นพอมาเจอกันยิ่งไม่ได้เจอกันนานยิ่งต้องเหมือนมาอัปเดตกัน เอาข้อมูลมาจูนกัน”


พีธ “ผมว่ามันเป็นความรู้สึกสนุกเหมือนวันแรกเลยครับ ประสบการณ์ที่เราสะสมกันมาทั้งคู่เราก็ต้องมาแชร์กัน แล้วก็มาสร้างผลงานชิ้นใหม่กับคอนเสิร์ตครั้งนี้”


เมื่อถามถึงสิ่งที่กังวลที่สุด บอย เผยว่า “กลัวคนไม่มาซื้อบัตรนี่แหละครับ (หัวเราะ) ตอนนี้คืออยากให้ผ่านพ้นวันที่ขายบัตรไป เราก็ลุ้นมากๆ ถ้าวันที่เปิดขายบัตรแล้วเกิดผลตอบรับดี มันก็จะปลดล็อกไปแล้วหนึ่ง คราวนี้ก็มาถึงเรื่องโชว์แล้วว่าเราอยากจะเตรียมโชว์แบบไหน จะจัดยังไงให้คนที่เขาเสียเงินซื้อบัตรเรามารู้สึกคุ้มค่าและประทับใจกลับไป อันนี้เราสองคนกลัวเสมอครับ ไม่กล้ามั่นใจขนาดนั้น ไม่รู้ว่ากระแสที่กลับมาหาเราเป็นกระแสจริงหรือกระแสหลอก หรือจะเพียงพอไหมที่จะกระตุ้นให้คนไปซื้อบัตร อย่าทิ้งกันนะครับ (ยิ้ม) ถามว่าถ้าบัตรขายหมดจะเพิ่มรอบไหม คือยังไม่กล้าคิดไปถึงตอนนั้น เอา 2 รอบให้หมดก่อน เรื่องของแขกรับเชิญจริงๆ ก็ทำการบ้านตรงนี้กับพีธ พยายามให้แขกที่มามีอะไรที่รีเลตกับพวกเรา มาแล้วรู้สึกว่าไม่เคอะเขิน รู้จักกันอยู่แล้ว โจทย์สำคัญที่สุดคือคนที่จะมาจะต้องเป็นสุดยอดทางด้านแขนงที่เขาถนัด”

พีธ “แขกรับเชิญบอกให้ว่ามีมากกว่า 1 คนครับ แล้วก็เซอร์ไพร้ส์แน่นอน คอนเสิร์ตจะมีขึ้นในวันที่ 16-17 พ.ค.นี้ ที่ UOB Live เอ็มสเฟียร์ บัตรจะเปิดรอบพรีเซลก่อนในวันที่ 19, 20 และ 21 มี.ค.69 ที่ UOB แล้วก็พับบลิคเซลวันที่ 22 มี.ค.69 ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์”


บอย “ไม่เคยเห็นซีนของเรากับพวกเขาเหล่านี้เลย ทุกคนอย่าเพิ่งคิดว่าจะกดไม่ทันนะครับ ต้องลองกดกันก่อน อยากให้มากดบัตรกันเยอะๆ นะครับ”