สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ว่า เทือกเขาฮินดูกูช-หิมาลัย ซึ่งทอดยาวจากอัฟกานิสถานถึงเมียนมา เป็นแหล่งน้ำแข็งและหิมะขนาดใหญ่ที่สุด นอกเหนือจากภูมิภาคอาร์กติกและแอนตาร์กติกา และเป็นแหล่งกำเนิดของระบบแม่น้ำสายหลักของเอเชียอย่างน้อย 10 สาย ซึ่งเป็นรากฐานความมั่นคงด้านน้ำ อาหาร และพลังงานทั่วทวีป

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในสามของน้ำแข็ง อยู่ในพื้นที่มีความเสี่ยงสูงต่อสภาพอากาศที่อุ่นขึ้นอย่างรวดเร็ว

งานศึกษา 2 ฉบับที่เผยแพร่โดยศูนย์ระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาภูเขาแบบบูรณาการ (ไอซีไอเอ็มโอดี) ในกรุงกาฐมาณฑุ ระบุว่า อัตราการสูญเสียน้ำแข็งโดยเฉลี่ยในภูมิภาคนี้ เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า จากประมาณ 34 เซนติเมตรต่อปี ในช่วงก่อนปี 2543 เป็น 73 เซนติเมตรต่อปี นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

“นี่ไม่ใช่ปัญหาไกลตัว แต่เป็นวิกฤติที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เราต้องยกระดับการเฝ้าระวัง และลงทุนในการปรับตัวในตอนนี้” นายเพมา กยัมต์โช ผู้อำนวยการใหญ่ของไอซีไอเอ็มโอดี กล่าว

นอกจากนี้ งานศึกษายังระบุว่า เทือกเขาฮินดูกูช-หิมาลัย สูญเสียความหนาของน้ำแข็งมากถึง 27 เมตร นับตั้งแต่ปี 2518 โดยพื้นที่ธารน้ำแข็งประมาณ 12% หายไประหว่างปี 2533-2563.

เครดิตภาพ : AFP