เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2569 ที่หน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผวจ.อุดรธานี พล.ต.ต.ธวัชชัย ถุงเป้า ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.อนุศักดิ์ ศักดาวัชรานนท์ รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี นายชวิศ ป้องขันธ์ นายอำเภอเมืองอุดรธานี นายกิตติกร ทีฆธนานนท์ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครอุดรธานี ร่วมกันแถลงจับนายประชา หรือบุ๊ค อายุ 19 ปีชาว อ.เมือง จ.อุดรธานี พร้อมของกลาง ยาไอซ์ 202 กิโลกรัม รถมาสด้า 2 สีดำ ทะเบียน อุดรธานี โดยกล่าวหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เพื่อก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย” โดยจับกุมได้เวลา 02.05 น. วันที่ 21 มีนาคม 2569 ที่ถนนศุภกิจจรรยา หน้าสำนักงานเกษตรจังหวัดอุดรธานี เขตเทศบาลนครอุดรธานี

พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ เปิดเผยว่า นโยบายของจังหวัดอุดรธานี ให้ตำรวจตั้งจุดตรวจเพื่อสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมาย กระทั่งเวลา 02.00 น. วันที่ 21 มีนาคม 2569 ขณะที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองอุดรธานี กำลังตั้งด่านตรวจเมา อยู่ที่บริเวณสี่แยกหนองสำโรง หน้าโรงเรียนกระจ่างวิทย์ ได้มีชาย 2 คน ขับรถเก๋งมาสด้า มาตามถนนเลี่ยงเมืองอุดรธานี ผ่านร้านแจ๋วฮ้อนมิตรภักดี ถึงหน้าโชว์รูมรถไฟฟ้า เมื่อมองเห็นด่านตรวจ ได้รีบเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพาะนิยม พบสายตรวจยืนอยู่หัวมุมถนน สังเกตเห็นรถเก๋งบรรทุกของหนักที่ท้ายรถ จึงได้ขี่รถสายตรวจติดตาม
พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ เผยอีกว่า ชายคนขับรถเก๋งได้เร่งเครื่องหลบหนี แต่รถมีอาการส่ายไปมาเพราะบรรทุกหนัก ถึงหน้าสำนักงานเกษตรจังหวัดอุดรธานี คนขับได้จอดรถชายทั้งสองได้วิ่งหลบหนี สายตรวจไล่ติดตามจับนายบุ๊ค มาได้ พร้อมกับแจ้งผู้บังคับบัญชามาตรวจสอบกระเป๋า ซึ่งได้สั่งให้กรีดกระเป๋าผ้า พบยาภายในบรรจุไอซ์ 202 กิโลกรัม มูลค่า 30 ล้านบาท จากการสอบสวนนายบุ๊ค ให้การว่า ช่วงค่ำนายวีรชน อายุ 34 ปี ชาว ต.จำปาโมง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี มาชวนไปรับจ้างขนยาไอซ์ จากนายทุนชาวลาว ที่ริมแม่น้ำโขง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย

พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ เผยว่า โดย นายวีรชน เป็นคนขับรถ มีนายบุ๊คนั่งไปเป็นเพื่อน พอขนยาไอซ์ขึ้นรถก็มีชายชาวลาวนั่งรถมาด้วย 1 คน และมีชายชาวลาว 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีโน่ นำทางล่วงหน้าเพื่อดูลาดเลาและด่านตรวจ เมื่อมาถึงสี่แยกถนนรอบเมืองอุดรธานี ได้เลี้ยวขวาไปทางสี่แยกหนองสำโรง ชายชาวลาวที่นั่งมาด้วย ได้สั่งให้จอดรถเก๋ง แล้วเดินลงจากรถไปขี่รถจักรยานยนต์กับชาวลาวซ้อน 3 กลับไป ทางจ.หนองคาย ส่วนนายวีรชนกับนายบุ๊ค ได้ขับรถมาถึงสี่แยกหนองสำโรง และตกใจเมื่อเห็นด่านตรวจ จึงเลี้ยวรถเข้ามาทางศาลเทพารักษ์ ก็มาพบตำรวจสายตรวจ ด้วยความตกใจ จึงเร่งรถหลบหนี และจอดรถทิ้งวิ่งหลบหนี และมาถูกจับกุม ซึ่งนายบุ๊คได้ค่าจ้าง 1 หมื่นบาท แต่ยังไม่ได้รับเงิน ก็มาถูกตำรวจจับก่อน



