กลายเป็นภาพจำสุดประทับใจ เมื่อตัวแม่แฟชั่นนิสต้าอย่าง “ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต” สลัดลุคหรูลงสนามประลองความอึดในรายการ Hyrox จนทำเอาเจ้าตัวถึงกับเสียน้ำตาหลังเข้าเส้นชัย ล่าสุดในงาน “Downy เต้นลูบหอม พร้อมน้องเกล และแม่ชม” คุณแม่ลูกสามได้ควงลูกสาวสุดฮอต “น้องแอบิเกล” มาเปิดใจถึงโมเมนต์ประวัติศาสตร์และอัปเดตชีวิตคุณแม่สายสตรอง

โดยชมพู่เผยว่า “คือหลายคนตกใจ ยังอุ้มน้องเกลได้ คืออุ้มได้ค่ะ แต่อย่าให้นาน (หัวเราะ) ตอนนี้น้องน้ำหนักก็น่าจะประมาณ 25-26 ค่ะ ก็เขายังอยากให้อุ้มอยู่ บางคนอาจจะอุ๊ย..ทำไมยังให้คุณแม่อุ้มอยู่ ก็ไม่เป็นไร อยู่ในโรงเรียนชมก็อุ้ม อย่างบางทีอุ้มไปส่งถึงหน้าห้อง ถ้าเขาอยากให้เราอุ้มนะ ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะไม่ได้อุ้มแล้ว เราไม่มีวันรู้เลยว่าครั้งสุดท้ายที่เราอุ้มเขาเป็นเมื่อไหร่ เหมือนตัดภาพมาอีกทีหนึ่งก็โอ๊ย..อุ้มไม่ไหวแล้ว แล้วมันก็จะค่อยๆ เฟดไป แล้วเราก็จะรู้อีกทีก็คืออุ้มไม่ไหวจริงๆ มันก็ลูกเราอ่ะเนอะ (ยิ้ม)
ล่าสุดอย่างการแข่งขัน Hyrox หลายคนไม่เคยเห็นภาพการฝึกซ้อมมาก่อน เห็นอีกทีคือมาแข่งเลย ก็ดีค่ะ ถามว่าเตรียมตัวนานไหม จริงๆ เราเป็นคนที่ออกกำลังกายอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าการสกิลทักษะเพิ่มเติมที่เราต้องใช้ในการแข่ง Hyrox เนี่ย ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญมากก็คือการวิ่ง แล้วชมเป็นคนไม่วิ่ง ปฏิเสธที่จะวิ่งมาตลอด แต่พอลงแข่งแล้วก็เหมือนเป็นชอตบังคับว่าต้องฝึกวิ่งต้องซ้อมวิ่ง มาเริ่มจริงๆ ก็อาจจะช่วงปลายปีที่แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้เข้มข้นมาก ให้เวลาจริงๆ จะเป็นช่วงหลังจากกลับมาจากญี่ปุ่นช่วงเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมา ที่เหมือนตั้งใจซ้อมตามโปรแกรมจริงๆ

ส่วนความโหดก็โหดค่ะ มันก็ไม่ง่ายแต่ทุกคนทำได้ คือคนทึ่งในความแข็งแรงเอาชนะหลายคนได้ จริงๆ จะบอกว่าการแข่งขันมันมีหลายรุ่นและมีหลายปัจจัยทั้งโซโล, ดับเบิล, รีเลย์ ซึ่งเป็นแบบแบ่งกัน 4 คน แล้วในแต่ละรุ่นก็มีช่วงอายุ อย่างน้ำหนักของชมก็เป็นรุ่น open หรือมือสมัครเล่นมันก็จะมีน้ำหนักของรุ่น open มีน้ำหนักของรุ่นโปรหรือคนที่แข่งคู่กับผู้ชายก็ต้องใช้น้ำหนักของผู้ชาย เพราะฉะนั้นบางทีเราเอาตัวเลขมาเปรียบเทียบกันมันก็อาจจะไม่ได้ จริงๆ ชมก็ไม่ได้เก่งขนาดนั้น เพียงแต่ว่ามีพาร์ทเนอร์ที่ดีก็ช่วยเข็นช่วยดันเรา เราก็ไม่อยากให้โฟกัสที่ตัวเลขเพราะว่าทุกคนที่จบก็ถือว่าชนะใจตัวเองแล้วก็เก่งมากๆ ค่ะ
ถ้าถามถึงแรงบันดาลใจ คือก็ตอนแรกไปเชียร์โค้ชตัวเองก่อน เพราะไปอยู่ในบรรยากาศมันก็ไฮป์อ่ะ เชื่อว่าทุกคนถ้าใครที่มีโอกาสได้เข้าไปเชียร์ กลับบ้านแน่นอนมันเปลี่ยนอะไรบางอย่างในใจเราไปเลย เราก็คิดว่าอันนี้มันจะเป็นหมุดหมายสำคัญที่บังคับให้เราลุกขึ้นมาวิ่งสักทีค่ะ เพราะว่ามันเป็นสมการเดียวที่หายไปในการดูแลตัวเองของชม ซึ่งการฝึกซ้อมเพื่อที่จะลงแข่งมีท้อใจไหม ชมว่าซ้อมมันไม่ได้ทำให้ท้อ มันทำให้เรามั่นใจมากขึ้น เพราะว่ามันมีช่วงแรกๆ ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ช่วงตื่นขึ้นมาแล้ว Hyrox 20 มีนา อะไรแบบนี้ แล้วเรายังรู้ตัวว่าเรายังไม่ค่อยจะพร้อม แต่พอเราซ้อมไปเรื่อยๆ แล้วเรารู้สึกว่าเราเห็นความเป็นไปได้แล้วว่าเราแข่งจบแน่ มันทำให้เราอุ่นใจมากขึ้นเสริมความมั่นใจให้ตัวเอง
แล้วก็มีโมเมนต์ร้องไห้ตอนเข้าเส้นชัย ก็งงเพราะว่าทุกอย่างมันจะเบลอ (หัวเราะ) คือเหมือนตอนที่เราอยู่กับการแข่งขันเราจะโฟกัสว่าเรามีความตั้งใจว่าเราจะไม่ตุย เราจะคุมฮาร์ทเรต เราจะไม่ปล่อยให้ฮาร์ทเรตกระฉูดแล้วเอาลงไม่ได้ หรือว่าอาจจะทำให้ไม่จบการแข่งขัน หรือว่าจบในสภาพที่ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ ยมหรืออ่อมมาก หรือคลานเข้าเส้นชัยก็เลยค่อนข้างระวัง ช่วงเวลาเกือบ 90 นาทีก็อยู่กับการคุมฮาร์ทเรตตัวเองแล้วก็ไม่ได้สนใจเลยเพราะว่าโค้ชก็จะพูดแบบอวยยศตลอดทางให้กำลังใจตลอดว่า ‘ตรงตามเวลา ตรงตามเป้าเหลือเวลา เธอทำดีมาก’ อะไรแบบนี้ แต่เราก็รู้สึกว่าอวยเราจนเรารู้สึกว่าไม่เชื่อ

แล้วตอนที่อยู่ในฐานก็ได้ยินเสียงพ่อบอกว่า ‘เวลาดีๆ สบายใจได้เลย เวลาดี’ เราไม่เชื่อเพราะเหมือนเรา ‘Xไม่รู้XจะไปของXอย่างนี้’ แล้วพอเห็นเวลามันก็ตกใจว่า เร็วกว่าที่เราตั้งเป้าไว้ 7 นาที คือคำว่าชนะมันคงไม่ใช่ เพราะคนแข่งเป็นเป็นหมื่น คำว่าชนะคือ หนึ่ง จบ สอง จบในเวลาที่เป็นเวลาเฉลี่ยที่คนทั่วไปเขาจบกัน แค่นั้นก็คิดว่าอยากทำให้ได้โดยที่ จบแบบเดินเข้าเส้นชัยโดยที่ไม่คลาน การแข่งขันครั้งนี้ก็ไปสมัครกับทีมคิวบิกค่ะ ทำตามระบบเลยค่ะ
หลายคนรู้สึกว่าเป็นการรวมตัวของดารา เป็นประเพณีเป็นกระแส ชมว่ามันก็เป็นสัญญาณที่ดีเป็นการเซ็ทมาตรฐานใหม่ของฟิตเนส ว่าเราไม่ได้โฟกัสแค่ว่าจะอ้วนจะผอมหรือจะมีกล้ามมีซิกแพคหรืออะไร แต่มันต้องเพอร์ฟอร์มได้ด้วยชมว่ามันก็ดี ก็คนมองว่าจะไปเหนื่อยทำไม ออกกำลังกายในฟิตเนสปกติก็ได้มั้ง ชมมองว่าการออกกำลังกายทุกรูปแบบดีหมดค่ะ ไม่ว่าคุณจะออกกำลังกายในรูปแบบไหนอยู่มันก็ดีทั้งนั้น แต่ชมมองว่าอันนี้มันเป็นเวทีที่ให้กับมนุษย์ที่เป็นมนุษย์ฟิตเนสได้มีพื้นที่ได้แสดงออกและได้วัดความสามารถได้มาวัดศักยภาพของตัวเองว่าเราประมาณไหน หรือได้มาลองลงสนามแล้วเราจะได้เจอจุดอ่อนของตัวเองในวันนั้นว่าตรงนี้ฉันยังพัฒนาได้อีก มันทำให้เราถ่อมตัวสำหรับคนที่คิดว่า Xเก่ง มาลอง แล้วมันจะทำให้เรารู้ว่าตรงนี้ฉันยังไม่ได้ฉันยังอ่อนตรงนี้ เมื่อเรามีเป้าหมายอันนี้แล้วเราทำได้หรือคนที่คิดว่าฉันทำไม่ได้แล้วพอเรามาทำมันก็คือยกเราขึ้นด้วย ชมว่ามันทำให้เรามีความเคารพในทุกคนเรามี respect ให้กับทุกคนที่มาตรงนี้ไม่ว่าผลคะแนนหรือเวลาของจะออกมายังไง”
คนมองว่ารวมดาราเยอะขนาดนี้เหมือนเป็นการโปรโมต อ๋อ..ไม่ (ส่ายหน้า) ไม่ค่ะ คือถ้าจะบอกว่ามาเพื่อกระแสมันคงไม่ใช่เพราะว่ามันต้องซ้อม คือถ้าไม่ซ้อมมามันก็ดูไม่จืดอะ พอผ่านอันนี้ไปได้แล้วเรามีหมุดหมายตั้งเป้าต่อไปไว้ ก็เดี๋ยวรอดูค่ะ เห็นเขาลือกันอยู่ว่าอาจจะสิงหาหรือตุลาปีนี้ อันนี้ยังไม่ออฟฟิเชียลนะคะ เห็นเขาลือๆ กัน ก็ถ้าอยู่ในประเทศหรือไม่ได้ติดเรื่องการเดินทางก็จะลง คิดว่าเราฝึกตัวเองไปเรื่อยๆ ก็เหมือนเป็นการสอบวัดผลว่าเราพัฒนาตัวเองจาก 5-6 เดือนที่ผ่านมายังไง บอกกับตัวเองยังไงเลยตอนที่เข้าเส้นชัยแล้วหน้าเรายังสวยเราทำได้ อันนี้สำหรับทุกคนนะไม่ใช่แค่ชม มันไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ถ้าเราตั้งใจจริงๆ ใครก็ทำได้ คือถ้าไปอยู่ตรงนั้นจะเห็นว่ามันอินสไปร์มาก ทุกคนมาในทุกอายุทุกเพศทุกไซด์ทุกสภาพทุกคนมา อยากมาวัดกันสักตั้งหนึ่งอ่ะ

ถามว่ารู้สึกยังไงกับคำว่า ก็ไม่มีอะไรที่ชมพู่ทำไม่ได้ (หัวเราะ) ชมไม่ได้พิเศษไปกว่าใคร คนที่เก่งกว่าชมคะแนนเวลาดีกว่าชม ชมธรรมดามากค่ะ ใครๆ ก็ทำได้อย่างที่บอกไม่ต้องไปโฟกัสตรงนี้ มาก็คือเก่งมากๆ แล้ว ปีนี้คนไทยเข้าร่วม 17,000 คน ประชากรเราเท่าไหร่ 17,000 คน ที่อยู่ตรงนี้ก็ถือว่าใจคุณได้แล้วแค่มาแข่ง
ด้านคุณน็อต ก็เป็นห่วงเกาะติดขอบสนามเลย คือคุณน็อตเขาไม่ได้เห็นตอนซ้อม เขาก็จะไม่รู้ว่าชมไหวหรือไม่ไหวยังไงแค่ไหน เพราะชมออกไปวิ่งก็ตีห้า 6 โมง แกก็จะไม่เคยเห็นเวลาเราทำคาร์ดิโอ เวลาเจอกันเขาจะเห็นแต่เรายกเวท เขาก็จะห่วงว่าเราจะไม่ไหวหรือเปล่า (เขาอยากลงแข่งบ้างไหม?) จริงๆ แกก็สมัคร แต่ว่าเจ็บอยู่ต้องพักร่าง เพราะรุ่นนี้อะไหล่แพงแล้วค่ะ”




