เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวณภัชกมล สังข์แก้ว อาสาสมัครมูลนิธิเป็นหนึ่ง พร้อมด้วยมารดาของผู้เสียหาย เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.วานิช ทองเกื้อ พนักงานสอบสวน สภ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี หลังลูกสาววัย 19 ปี ถูกกลุ่มวัยรุ่นดักฉุดไปกระทำชำเราในลักษณะรุมโทรม ภายในศาลาละหมาด โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา ในพื้นที่ ม.6 ต.ปากล่อ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ผู้เสียหายวัย 19 ปี พร้อมเพื่อนสาวซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ กำลังขับขี่กลับจากอำเภอเมืองปัตตานี เมื่อเข้าสู่พื้นที่ตำบลปากล่อ ได้มีกลุ่มวัยรุ่นชาย 3 คน กระโดดขึ้นรถและบังคับให้ไปส่งยังจุดเปลี่ยว ก่อนใช้กำลังฉุดกระชากผู้เสียหายทั้งสองเข้าไปยังศาลาละหมาดเพื่อหวังกระทำชำเรา
ระหว่างเกิดเหตุ เพื่อนของผู้เสียหายซึ่งมีรูปร่างใหญ่กว่า ได้ขัดขืนและวิ่งหลบหนีออกมาได้ ก่อนโทรศัพท์แจ้งชาวบ้านให้เข้าช่วยเหลือ ส่วนผู้เสียหายถูกข่มขู่จนเกิดความหวาดกลัว และถูกกลุ่มวัยรุ่นโทรศัพท์เรียกพวกมาร่วมก่อเหตุ โดยเบื้องต้นพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 10 คน และมีผู้ลงมือข่มขืน 5 คน ซึ่งเป็นเยาวชนอายุระหว่าง 15–17 ปี หลังก่อเหตุได้แยกย้ายกันหลบหนี
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกโพธิ์ เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน และสอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียด โดยพอทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว เบื้องต้นพบว่ากลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวมีประวัติก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง ทั้งคดีทำร้ายร่างกาย ข่มขู่ และเคยมีเหตุใช้อาวุธมีดทำร้ายกันจนมีสำนวนคดีจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด
ขณะที่มูลนิธิเป็นหนึ่งได้เข้าประสานงานเพื่อติดตามและเร่งรัดคดี เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เสียหายจะได้รับความยุติธรรม และผู้ก่อเหตุทุกคนจะต้องได้รับโทษตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น
ด้านมารดาของผู้เสียหายเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า สภาพจิตใจของลูกสาวบอบช้ำอย่างหนัก ขณะที่ตนเองก็นอนไม่หลับด้วยความหวาดผวา พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว เนื่องจากกังวลว่าคดีจะไม่คืบหน้า เพราะลูกสาวเป็นผู้เสียหาย อีกทั้งหลังเกิดเหตุ กลุ่มผู้ก่อเหตุยังคงใช้ชีวิตตามปกติ มั่วสุมเสพยา และก่อความวุ่นวายในพื้นที่
มารดาผู้เสียหายยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่ยอมรับการไกล่เกลี่ยหรือชดใช้ใด ๆ เนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่สามารถประเมินค่าได้
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวมีพฤติกรรมก่อเหตุซ้ำซากในพื้นที่มานาน แต่หลายคดีมักเงียบหาย ทำให้ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ชาวบ้านจึงเรียกร้องให้มีการกวาดล้างอย่างจริงจัง
ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ตำบลปากล่อ ต่างอยู่ในความหวาดระแวงและไม่พอใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมองว่ากลุ่มเยาวชนดังกล่าวเป็นภัยต่อสังคม และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้นำชุมชนเร่งดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่



