เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 07.00 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปในงานครบรอบ 109 ปีแห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แก่ประชาคมจุฬาฯ

เมื่อเสด็จฯ ถึงทรงวางพุ่มดอกไม้และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปิยมหาราชและสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า จากนั้นเสด็จฯ ไปยังบริเวณเสาธงหน้าหอประชุมจุฬาฯ ทรงบาตรพระสงฆ์จำนวน 10 รูป ร่วมกับผู้บริหารมหาวิทยาลัย คณาจารย์ บุคลากร นิสิตเก่า นิสิตปัจจุบัน

ต่อมาเสด็จฯ ไปยังมุขหน้าหอประชุมจุฬาฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ศ. (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้บริหารมหาวิทยาลัย ผู้แทนคณาจารย์ บุคลากร นิสิตเก่าและนิสิตปัจจุบัน เฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ศ. (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภามหาวิทยาลัย ถวายดอกไม้ธูปเทียนแพ และกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 71 พรรษา ในนามสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ ถวายดอกไม้ธูปเทียนแพ และกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 71 พรรษา ในนามคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นิสิต และนิสิตเก่าจุฬาฯ

ในโอกาสนี้ ได้มีพระราชดำรัสแก่ประชาคมจุฬาฯ ใจความสำคัญว่า “ขอบคุณทุกๆ ท่านที่มาอวยพรทุกๆ ปี และก็ขอให้พรทั้งหลายที่ดี สนองต่อท่าน ว่าในขณะนี้ ปัจจุบันก็มีปัญหาระดับโลก ระดับประเทศอะไรต่างๆ ที่เราได้มาเรียนและมีความรู้ก็อาจจะใช้ความรู้นั้นๆ ไปช่วยที่ทำให้สิ่งต่างๆ ดีขึ้นเท่าที่จะทำได้ อันนี้ก็แล้วแต่ความสามารถหรืออัตภาพ เดี๋ยวนี้เป็นเรื่องอัตภาพเสียมาก เพราะว่าอยู่ไปอยู่มา สิ่งที่เคยทำได้ก็ทำไม่ได้ แต่บางที สิ่งที่ไม่เคยทำได้ก็ทำได้ โดยที่ว่าก็เป็นเรื่องของประสบการณ์ความคิดต่างๆ ที่ได้เห็น ได้ทราบมากก็จะมีเพิ่มขึ้น ยังพอเห็นอะไร บางทีก็คอย อาจจะไม่ดีก็ไปอดเที่ยวว่าเขาไม่ได้ แต่ก็ไม่ว่า เพราะว่าเป็นคนสูงอายุ เขาก็พอจะฟัง พอจะยอมให้ สมัยนี้เรียกว่ายังดี เมื่อกี้อาจารย์ก็บ่นว่า โอ้ยไม่ไหวแล้ว ตอนนี้อะไรๆ ก็เป็นเอไอ ก็บอกว่า เอไอ ก็ทำให้ ทำอะไรได้รวดเร็วขึ้น หรือแก้ไข อยู่ที่เรารู้จักดี รู้จักใช้ รู้เรียนรู้แล้วใช้ บางอย่างก็ยังไม่ได้ เช่น เวลาเรามาเป็นครู เป็นนักเรียนกัน เป็นเพื่อนกัน เอไอเขาก็สั่งทำอะไรเขาก็ทำได้

แต่ว่าถ้ามีความสัมพันธ์แบบคนนี่เรามีความคือ เป็นห่วงเป็นใยคิดและดูแลซึ่งกันและกัน ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ในปัจจุบันนี้ก็ยังทำได้ยาก เรียกว่า เราก็ยังมีคุณค่าอยู่ แต่ก็คิดว่ามาก็ได้เจอพวกที่พอมาอยู่ ก็ได้ช่วยเหลือกันไป ถ้าไม่รู้จักท่านเหล่านี้ ไม่ได้มาที่นี่ ก็ไม่ใช่เรื่องความรู้ เรียนหนังสืออย่างเดียว ก็มีเพื่อนที่มีน้ำใจ รู้ว่ามีอะไร เดือดร้อนอะไร เขาก็ช่วยเหลือกันไป บางคนก็ถามถึงคนโน้นคนนี้ที่ไม่เจอ ก็ยังมีเรื่องความคิดถึงกันอยู่ ก็ที่เราได้รวมกันอยู่อย่างเหนียวแน่น อันนี้ก็จะทำให้เราสามารถเพิ่มขึ้น ทำอะไรที่ดีที่ถูกต้องและก็เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง ต่อผู้ที่เราพบเห็น หรือว่าแม้แต่คนที่อยู่ห่างไกลแล้ว ก็จะช่วยให้อะไรๆ ดีได้ ก็ขอท่านมีกำลังใจที่จะทำในสิ่งที่ดี แล้วก็ช่วยเหลือกันสืบต่อไป บางทีก็มาช่วยไม่ไหว อย่างอะไรก็ลดๆ ไปบ้าง แต่ก็ยังมาได้ ก็ยังมีคนช่วยจากที่นี่อยู่ ก็ขอทั้งขอบคุณและขอให้สิ่งที่ดีๆ บังเกิดแก่ทุกท่าน”

ต่อมา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปยังห้องรับรอง หอประชุมจุฬาฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัย ผู้แทนประชาคมจุฬาฯ ภาคส่วนต่างๆ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย และพระราชทานของที่ระลึกแก่ผู้มีอุปการคุณต่อมหาวิทยาลัย

จากนั้นเสด็จฯ ไปยังหอประชุมจุฬาฯ ทอดพระเนตรการแสดงดนตรีไทยปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์เนื่องในโอกาสฉลอง 109 ปีแห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย การบรรเลงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ เพลงโหมโรงมหาจุฬาลงกรณ์ โดยนิสิตวงมหาดุริยางค์ไทยเยาวชนแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การอ่านทำนองเสนาะเนื่องในโอกาสครบ 109 ปีแห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยนิสิตคณะอักษรศาสตร์ การขับร้องและบรรเลงเพลงโอ้ลาว สามชั้น และระบำนพรัตน์ โดยวงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ และการขับร้องและการบรรเลงดนตรีไทย รำลึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เรื่อง “พระผู้ให้” บทเพลงพระราชนิพนธ์และการแสดงพระราชทานในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยวงสายใยจามจุรี วงดนตรีสากล สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และวงดนตรีพื้นเมือง ภาคเหนือ ร่วมกับการแสดงประกอบโดยภาควิชานาฏยศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในโอกาสนี้ ได้ทรงขับร้องและทรงดนตรีไทยร่วมกับวงสายใยจามจุรี และวงดนตรีสากล สโมสรนิสิตจุฬาฯ ด้วย

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปยังอาคารมหาจุฬาลงกรณ์ ทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จากนั้นทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมป้ายคณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ วิทยาลัยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อประชาชนแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และวิทยาลัยสหศาสตร์บูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิทยาลัยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อประชาชนแห่งจุฬาฯ หรือ Chula XL มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชาชนทุกช่วงวัย ผ่านหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่น สามารถเข้าถึงได้ง่าย และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมและตลาดแรงงานในยุคปัจจุบัน โดยมุ่งสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถพัฒนาทักษะใหม่ๆ ทั้งในรูปแบบหลักสูตรระยะสั้น การอบรม และระบบคลังหน่วยกิตที่สามารถสะสมและต่อยอดการศึกษาได้ในอนาคต Chula XL จึงไม่ใช่เพียงหน่วยงานด้านการศึกษารูปแบบใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถเผยแพร่องค์ความรู้สู่สังคมในวงกว้าง สร้างโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของประชาชน ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

“คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ” เป็นคณะใหม่ของจุฬาฯ ที่พัฒนาต่อยอดจากสำนักวิชาทรัพยากรการเกษตร มุ่งพัฒนาบัณฑิตให้เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง และผู้ประกอบการด้านการเกษตร ที่สามารถแก้ปัญหาเชิงระบบได้ พร้อมทั้งสร้างสรรค์งานวิจัยและนวัตกรรมแบบสหศาสตร์ที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูป ไปจนถึงการตลาด เพื่อทำหน้าที่ชี้นำและขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยในการแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับสากล

“วิทยาลัยสหศาสตร์บูรณาการแห่งจุฬาฯ” ปรับเปลี่ยนชื่อและพันธกิจมาจาก “บัณฑิตวิทยาลัย” จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนารูปแบบการศึกษาสหวิทยาการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ มุ่งเป็นผู้นำระดับภูมิภาคด้านการจัดการศึกษาสหวิทยาการแบบบูรณาการ ครอบคลุมตั้งแต่ระดับปริญญาตรี บัณฑิตศึกษา ไปจนถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต พร้อมผสานองค์ความรู้จากหลากหลายศาสตร์ร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ มีพันธกิจในการจัดการศึกษาสหวิทยาการเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะสูง มีความเป็นผู้ประกอบการ และสามารถบูรณาการองค์ความรู้เพื่อแก้ไขปัญหาของสังคมในอนาคต

ก่อนเสด็จฯ กลับ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับผู้บริหารจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย