สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ว่า คำสั่งนี้จะมีผลบังคับใช้ภายในอีก 30 วัน โดยเป็นการเคลื่อนไหวล่าสุดของทรัมป์ เพื่อต่อต้านนโยบายความหลากหลาย ความเสมอภาค และความครอบคลุม (ดีอีไอ) ซึ่งเป็นมาตรการที่มีมานานหลายทศวรรษ เพื่อต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ และเพศทั่วสหรัฐอเมริกา

ประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน และผู้สนับสนุนฝ่ายขวาจัดจำนวนมาก มักอ้างว่า มาตรการด้านความหลากหลายทำให้ชาวอเมริกันที่มีความสามารถ ถูกกีดกันออกจากงาน และงานเหล่านั้นกลับตกเป็นของชนกลุ่มน้อย ขณะที่คำสั่งฝ่ายบริหารระบุว่า รัฐบาลของทรัมป์ได้สร้างความก้าวหน้าอย่างมาก ในการยุติการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในสังคมอเมริกัน ซึ่งรวมถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับดีอีไอ

ทรัมป์อ้างว่า นโยบายดีอีไอยังเพิ่มต้นทุนให้กับนายจ้าง ขณะที่นายจ้างเหล่านั้นก็จะผลักภาระต้นทุนไปยังรัฐบาลกลาง เมื่อทำการประมูลสัญญา ขณะที่บริษัทต่าง ๆ ที่หวังจะได้รับสัญญาจากรัฐบาล จะถูกสั่งให้ใส่ข้อความ 7 ย่อหน้าในสัญญา เพื่อให้คำมั่นว่า ผู้รับเหมาจะไม่ดำเนินกิจกรรมด้านความหลากหลาย ความเสมอภาค และความครอบคลุม ที่เลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ

หลังจากกลับเข้าสู่ทำเนียบขาวเป็นสมัยที่สอง ทรัมป์สั่งให้พนักงานรัฐบาลกลาง ของสำนักงานด้านความหลากหลาย ลาหยุดโดยได้รับค่าจ้าง หลังจากสั่งปิดโครงการเหล่านั้น รวมถึงสั่งทบทวนการจัดแสดง และนิทรรศการบางส่วนของพิพิธภัณฑ์สมิธโซเนียน ในกรุงวอชิงตัน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อลบ “เรื่องราวที่สร้างความแตกแยก”.

เครดิตภาพ : REUTERS