องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สำนักงานประเทศไทย (WWF Thailand) ร่วมกับ Nextopia พื้นที่การเรียนรู้ด้านความยั่งยืนภายในศูนย์การค้าสยามพารากอน และพันธมิตร ภาคธุรกิจ เดินหน้าขับเคลื่อนกิจกรรม Earth Hour 2026 ซึ่งครบรอบ 20 ปีของการเคลื่อนไหว ด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก โดยเชิญชวนประชาชน องค์กรธุรกิจ และชุมชนทั่วโลกเข้าร่วม แคมเปญ “Give an Hour for Earth” หรือ “มอบหนึ่งชั่วโมงเพื่อโลก” และชวนมาร่วมกันปิดไฟที่ไม่จำเป็นเป็นเวลา 60 นาที ในวันที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 20.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น

Earth Hour ถือเป็นหนึ่งในการด้านสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดในโลก เริ่มต้นครั้งแรกในปี 2007 ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โดยมีประชาชนกว่า 2.2 ล้านคน และธุรกิจกว่า 2,000 แห่ง ร่วมปิดไฟ เพื่อสะท้อนความตระหนักต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ก่อนจะขยายตัวเป็นการเคลื่อนไหว ระดับโลก ที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 190 ประเทศและดินแดน
ในปี 2569 นี้ WWF ตั้งเป้าให้ Earth Hour เป็น “The Biggest Hour for Earth” โดยเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน ภาคธุรกิจ และรัฐบาล เพื่อร่วมกันขับเคลื่อน พฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างรับผิดชอบ และสร้างแรงขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยรายงาน Living Planet Report 2024 ของ WWF ระบุว่า ประชากรสัตว์ป่าทั่วโลกที่มีการติดตามลดลงเฉลี่ยถึง 73% ระหว่างปี 1970–2020 ซึ่งสะท้อนถึงการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพในระดับที่น่ากังวล และเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญต่อระบบนิเวศ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของมนุษย์ในอนาคต

ายรัฐพล พิทักษ์เทพสมบัติ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์ WWF ประเทศไทย กล่าวว่า “ปัจจุบันความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ เมือง และกิจกรรมทางธุรกิจ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การร่วมกันปิดไฟในช่วง Earth Hour จึงเป็นมากกว่าการแสดงสัญลักษณ์ แต่เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าการปรับพฤติกรรมการใช้พลังงาน แม้เพียง ช่วงเวลาสั้น ๆ ก็สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกได้ และหากเกิดขึ้นในวงกว้างก็จะช่วยสนับสนุน การเปลี่ยน ผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ กิจกรรม Earth Hour ในปีนี้ WWF ต้องการชวนทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นประชาชน ชุมชน หรือภาคธุรกิจ ร่วมกัน ‘มอบหนึ่งชั่วโมงเพื่อโลก’ ผ่านกิจกรรมที่ช่วยเชื่อมโยงผู้คนกับธรรมชาติ และสร้างวัฒนธรรมการใช้พลังงานอย่างรับผิดชอบ ซึ่งเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมที่ยั่งยืน ในระยะยาว”
กิจกรรมในประเทศไทย

กิจกรรม Earth Hour จัดขึ้นที่ Nextopia ศูนย์การค้าสยามพารากอน ระหว่างวันที่ 24–29 มีนาคม 2569 โดยเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์หลากหลาย ครอบ คลุม 6 หมวดหลัก ได้แก่ อาหาร (Food) สุขภาพและการออกกำลังกาย (Fitness & Wellness) ความบันเทิง (Entertainment) ศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ (Arts & Creativity) ความยั่งยืน (Sustainability) และธรรมชาติ (Nature)

กิจกรรมประกอบด้วยสารคดีธรรมชาติ เช่น One Planet, Jungles, Forests เวิร์กช็อปสร้างสรรค์ เช่น DIY Key Chain, การปลูกเมล็ดพันธุ์พืช (Plantable Seed), เวิร์กช็อปชาเขียว (Matcha Workshop) และกิจกรรมสำหรับเด็ก เช่น Kids Sticker Book ลักษณะของสัตว์ป่าต่าง ๆ ที่พบได้ ในบางส่วนของเทือกเขาตะนาวศรี นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเชิงประสบการณ์ด้านพลังงาน เช่น Energy Bicycle และ Kinetic Floor ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้เรื่องพลังงานผ่านการเคลื่อนไหวของร่างกาย สะท้อนแนวคิดว่าพลังงานทุกหน่วยมีคุณค่าและสามารถเริ่มต้นได้จากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

ไฮไลต์สำคัญของงานอยู่ในวันที่ 28 มีนาคม เวลา 20.30 น. เป็นช่วงเวลาสัญลักษณ์ของ Earth Hour ซึ่งผู้เข้าร่วมและพันธมิตรจากทุกภาคส่วนจะร่วมกัน ปิดไฟเป็นเวลา 1 ชั่วโมงเพื่อแสดงพลังความร่วมมือ ระดับโลกในการดูแลโลกใบเดียวของเรานอกจากนี้ยังมีการจัดเวทีเสวนาเกี่ยวกับบทบาท ของภาคส่วน ต่างๆ ในการ ขับเคลื่อนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม


“ในปี 2568 จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในกทม. สามารถลดการมากกว่าปีก่อน ถึง 5.43 เท่า ลดค่าไฟฟ้ากว่า 6 แสน 2 หมื่นบาท และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 58.6 ตัน แม้การปิดไฟ เพียงหนึ่งชั่วโมงอาจดูเป็นการกระทำเล็ก ๆ แต่เมื่อผู้คน องค์กรธุรกิจ และเมืองต่าง ๆ ทั่วโลกลงมือพร้อมกัน ผลกระทบที่เกิดขึ้นสามารถสร้างแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำได้ Earth Hour จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านพลังงานและเป็นเวทีที่เปิดโอกาส ให้ทุกภาคส่วนร่วมกันแสดงพลังในการปกป้องโลกของเรา เพราะอนาคตที่ยั่งยืน ของโลกใบนี้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคน” นายรัฐพล พิทักษ์เทพสมบัติ รักษาการผู้อำนวยการ ฝ่ายอนุรักษ์ WWF ประเทศไทย กล่าวปิดท้าย

ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา Earth Hour ได้กลายเป็นเวทีสำคัญ ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนและชุมชนทั่วโลกร่วมแสดงพลังสนับสนุนการดูแลสิ่งแวดล้อม พร้อมเชื่อมโยงผู้คน กลับสู่ธรรมชาติ ผ่านการเรียนรู้ การสร้างสรรค์ และการทำกิจกรรมที่ช่วยดูแลโลกของเรา WWF ประเทศไทย ขอขอบคุณ บริษัทสยามพิวรรธน์ จำกัด ศูนย์การค้าสยามพารากอน และ Nextopia ในการเอื้อเฟื้อสถานที่ รวมถึง บริษัทเนสท์เล่(ไทย)จำกัด และกลุ่มบริษัท TCP สำหรับการสนับสนุนกิจกรรม Earth Hour ในปีนี้