ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานติดต่อประสานงานวุฒิสมาชิก อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายวิทยา ลิ่ม ตัวแทนประชาชนชาวจังหวัดสงขลา เข้ายื่นข้อร้องเรียนถึงสมาชิกวุฒิสภาสายสื่อมวลชน สะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนจากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตราก้าวกระโดด สำหรับที่ดินรกร้างหรือไม่ได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งบังคับใช้โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล
นายวิทยา ระบุว่า หลักการของกฎหมายดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่เหมาะสม หากใช้กับกลุ่มผู้มีฐานะหรือผู้ถือครองที่ดินจำนวนมากเพื่อการลงทุนหรือเก็งกำไร แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่มีมาตรการยกเว้นหรือผ่อนปรนให้กับประชาชนรายได้น้อย ที่ถือครองที่ดินขนาดเล็กเพียง 20–100 ตารางวา ซึ่งซื้อไว้เพื่อปลูกบ้าน แต่ยังไม่มีศักยภาพทางการเงินในการก่อสร้าง และบางส่วนยังอยู่ระหว่างผ่อนชำระกับสถาบันการเงิน
ผลจากการจัดเก็บภาษีในอัตราที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้ประชาชนกลุ่มนี้ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงเกินกำลัง หากไม่สามารถชำระภาษีได้ อาจนำไปสู่การถูกยึดทรัพย์ หรือจำเป็นต้องขายที่ดินก่อนที่จะมีโอกาสสร้างที่อยู่อาศัยของตนเอง
นอกจากนี้ ยังสะท้อนว่าในอดีต กฎหมายเปิดช่องให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินว่างเปล่าด้วยการปลูกพืชล้มลุก เช่น กล้วย อ้อย หรือหญ้าเลี้ยงสัตว์ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีในอัตราสูง แต่ปัจจุบันมีการปรับหลักเกณฑ์ให้ต้องปลูกไม้ยืนต้น ซึ่งต้องใช้ต้นทุนและระบบน้ำในการดูแล ส่งผลให้ประชาชนรายได้น้อยไม่สามารถดำเนินการได้จริง
ด้าน นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีที่ดินในอัตราก้าวกระโดดควรมุ่งเป้าไปที่กลุ่มทุนหรือผู้ถือครองที่ดินขนาดใหญ่ที่ปล่อยรกร้างเพื่อรอการพัฒนาเชิงพาณิชย์ ซึ่งถือเป็นเจตนารมณ์หลักของกฎหมาย แต่ปัจจุบันพบว่ามีผู้ถือครองรายใหญ่บางส่วนใช้วิธีปลูกพืชหรือไม้ยืนต้นเพียงเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี โดยไม่มีการดูแลอย่างจริงจัง
จึงเสนอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้มงวดในการตรวจสอบ และจัดเก็บภาษีจากกลุ่มที่จงใจเลี่ยงกฎหมาย ขณะเดียวกันควรพิจารณามาตรการยกเว้นหรือผ่อนปรนภาษีสำหรับประชาชนรายได้น้อยที่ถือครองที่ดินขนาดเล็ก เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยในอนาคต
ทั้งนี้ ตัวแทนประชาชนเตรียมนำข้อร้องเรียนดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาในวุฒิสภา เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขกฎหมาย และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป



