สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ว่า อัลบาเนซีเรียกร้องให้มีการลดความตึงเครียดและความรุนแรงในสงครามอิหร่าน โดยชี้ให้เห็นว่า การโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล ลดทอนขีดความสามารถของกองทัพอากาศ กองทัพเรือ และฐานอุตสาหกรรมทางทหารของอิหร่าน
“ตอนนี้เป้าหมายเหล่านั้นบรรลุผลแล้ว มันจึงไม่ชัดเจนว่าต้องบรรลุเป้าหมายอะไรเพิ่มเติม หรือจุดสิ้นสุดของสงครามจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่แน่ชัดคือ ยิ่งสงครามยืดเยื้อนานเท่าไหร่ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น” อัลบาเนซี กล่าวสุนทรพจน์ในกรุงแคนเบอร์รา
Australian Prime Minister Anthony Albanese said on Thursday (April 2, 2026) that the original aims of the war in Iran had been met, and it was not clear what more remained to be achieved.https://t.co/bX1KvTMyzt
— The Hindu (@the_hindu) April 2, 2026
ขณะที่ นายริชาร์ด มาร์เลส รมว.กลาโหมออสเตรเลีย กล่าวว่า รัฐบาลแคนเบอร์รากำลังเจรจากับสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส เกี่ยวกับการมีส่วนช่วยในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิหร่านปิดเส้นทางน้ำที่สำคัญนี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น
“เรามีความสนใจในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่มันขึ้นอยู่กับว่า เงื่อนไขจะเอื้ออำนวยให้ดำเนินการเหล่านี้ได้เมื่อใด และเงื่อนไขเหล่านั้นยังไม่เกิดขึ้นในขณะนี้” มาร์เลส กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวสกายนิวส์ ออสเตรเลีย
อนึ่ง ความคิดเห็นของอัลบาเนซี มีขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวในแถลงการณ์ระดับชาติ เกี่ยวกับสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง โดยให้คำมั่นว่าสหรัฐจะโจมตีอิหร่านอย่างหนักหน่วงต่อไปอีกสองถึงสามสัปดาห์.
เครดิตภาพ : REUTERS



