สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ว่า เฟลตเชอร์ กล่าวในการแถลงข่าวผ่านแพลตฟอร์ม “วิดีโอลิงก์” จากซีเรีย หลังจากเดินทางเยือนเลบานอนช่วงสั้น ๆ ว่า เขาคิดว่าผู้คนจำนวนมากในเลบานอน มีความรู้สึกหดหู่ใจแบบเดียวกับเขา รวมถึงรู้สึกสิ้นหวัง ท้อแท้ และวิตกกังวล

“มันมีความรู้สึกที่ว่า สงครามครั้งนี้จะเป็นความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ และแม้ว่าเราจะถึงจุดที่ฝ่ายต่าง ๆ ประกาศชัยชนะในความขัดแย้งของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่าน แต่นั่นอาจไม่ได้ทำให้ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ยุติลงในเร็ว ๆ นี้” เฟลตเชอร์ กล่าวเพิ่มเติม

นอกจากนี้ เฟลตเชอร์ยังกล่าวว่า หนึ่งในความกังวลหลักของเขาคือ อันตรายที่แท้จริงของการยึดครองครั้งใหม่ และดินแดนที่ถูกยึดครองใหม่ในเลบานอนตอนใต้ รวมถึงการแตกร้าวของ “ความสามัคคีของชาติ” ในเลบานอน โดยชี้ให้เห็นถึงความสำคัญที่ว่า ทุกฝ่ายในเลบานอนต้องร่วมมือกันในช่วงเวลาแห่งความเปราะบางและความกังวลนี้

อนึ่ง เลบานอนถูกลากเข้าสู่สงครามตะวันออกกลาง หลังกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน โจมตีอิสราเอลเพื่อแก้แค้นการลอบสังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ส่งผลให้อิสราเอลตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศ และปฏิบัติการภาคพื้นดินทั่วเลบานอน ซึ่งทางการเลบานอนระบุว่า การสู้รบดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,300 ราย และผู้พลัดถิ่นอีกมากกว่า 1 ล้านคน.

เครดิตภาพ : REUTERS