เมื่อวันที่ 6 เม.ย. จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับกรมการจัดหางานนำกำลังเข้าตรวจสอบโรงเรียนนานาชาติเถื่อนย่านประเวศ กรุงเทพฯ เนื่องจากได้รับแจ้งว่า โรงเรียนดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตเปิดโรงเรียน และให้ครูต่างชาติไม่มีใบอนุญาตทำงาน และจากการตรวจสอบพบว่า โรงเรียนนานาชาติดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการให้ชาวต่างชาติมาเป็นครูสอนวิชาต่าง ๆ รวมทั้งเป็นลูกจ้างภายในโรงเรียนจำนวนมาก หลังจากตรวจสอบเอกสารรายบุคคลแล้วพบว่าบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานถึง 10 ราย ในจำนวนนี้มีบุคคลต่างด้าวหลายสัญชาติ เช่น อินเดีย บังกลาเทศ ปากีสถาน ไนจีเรีย เป็นต้น จึงได้จับกุมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย นั้น
ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 กำหนดให้วิชาชีพครูผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น (ศึกษานิเทศก์) เป็นวิชาชีพควบคุม และห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคุรุสภา ตามมาตรา 43 นอกจากนั้น มาตรา 46 กำหนดว่าห้ามมิให้ผู้ใดแสดงด้วยวิธีใดให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิ หรือพร้อมจะประกอบวิชาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคุรุสภา และห้ามไม่ให้สถานศึกษารับผู้ไม่ได้รับใบอนุญาตเข้าประกอบวิชาชีพควบคุมในสถานศึกษา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคุรุสภา ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 43 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 46 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
“กรณีนี้ คุรุสภาได้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าโรงเรียนดังกล่าวได้ให้บุคคลที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเข้าประกอบวิชาชีพครู ซึ่งเป็นวิชาชีพควบคุมในโรงเรียนหรือไม่ หากมีการอนุญาตให้บุคคลที่ไม่มีใบอนุญาตเข้าประกอบวิชาชีพควบคุมในโรงเรียนจะเป็นกรณีที่บุคคลประกอบวิชาชีพควบคุมโดยไม่รับอนุญาตจากคุรุสภา และโรงเรียนรับผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตเข้าประกอบวิชาชีพควบคุมในสถานศึกษาถือว่ามีความผิดมีโทษคือจำคุกหรือปรับ หรือทั้งจำและปรับ ซึ่งคุรุสภาจะเข้าดำเนินคดีทางกฎหมายต่อผู้กระทำผิดอย่างแน่นอน” ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าว



