จากสภาพอากาศร้อนจัดในพื้นที่ จ.นครพนม ที่พุ่งสูงถึง 40.7 องศาฯ วันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา ทำให้เกิดเหตุสลดในวันเดียวกัน 2 รายซ้อน โดยรายแรกเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. ร.ต.อ.พยุง ศรีโฮง รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม ได้รับแจ้งจากศูนย์รับแจ้งอุบัติเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉิน 1669 ว่า มีเหตุคนจมน้ำเสียชีวิตในสระน้ำสาธารณะหนองกระจับ บ้านโคกก่อง หมู่ 10 ต.โพธิ์ตาก อ.เมืองนครพนม จึงเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบว่ามีคนนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นจากสระน้ำมรณะวางไว้ที่ริมถนนลูกรังแล้ว ทราบว่าชื่อนายสง่า เถื่อนอุบล อายุ 70 ปี ชาวบ้านโคกก่องหมู่ 10 จากการชันสูตรของแพทย์เวรโรงพยาบาลนครพนม ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย คาดเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจประมาณ 1-2 ชั่วโมง

สอบสวน นางหนูเตรียม ล้นไธสง อายุ 58 ปี น้องสาว เล่าว่าพี่ชายนอกจากเป็นเกษตรกรทำนาแล้ว ก็มีรายได้เสริมจากการหาปลาในหนองน้ำสาธารณะ โดยมีกลุ่มคนในหมู่บ้านชักชวนกันไปหาปลาตามวิถีคนชนบท โดยตอนเย็นของทุกวัน พวกคนหาปลาก็จะไปวางมอง (ตาข่าย) และกลับมากู้กันในตอนเช้าประจำ ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณตี 5 ลุงหง่ากับกลุ่มเพื่อนทั้งรุ่นลูกรุ่นหลาน ได้ออกไปกู้มองที่ตนวางไว้ในหนองกระจับ โดยใช้เรือพายของใครของมัน ซึ่งนายเคนคนหาปลาที่เห็นสิ่งปกติ ว่า เรือของลุงหง่าลอยลำอยู่กลางหนอง แต่ไม่เห็นเจ้าของเรือ จึงพายเรือเข้าไปดูใกล้ๆ เห็นมือลุงหง่าโผล่พ้นน้ำมาหน่อยหนึ่ง จึงโดดลงไปช่วย พบข้อเท้าข้างหนึ่งลุงหง่า พันอยู่กับวัชพืชใต้น้ำ หลังจากแกะพันธนาการได้ก็ลากร่างขึ้นฝั่ง พบว่าลุงหง่าได้เสียชีวิตแล้ว

ส่วนรายที่สองเกิดขึ้นเวลาประมาณ 17.00 น. ร.ต.อ.พยุง ศรีโฮง รับแจ้งมีเหตุคนจมน้ำเสียชีวิตในสระน้ำ หลังโรงเรียนวังกระแสวิทยาคม ใกล้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน บ้านวังกระแส หมู่ 4 ต.บ้านผึ้ง พบศพนายพาน บัวคำ อายุ 44 ปี ที่ในมือยังกำหอยขมเกือบ 10 ตัวไว้แน่น สอบสวนนายบรรทม กลิ่นหอม อายุ 61 ปี ซึ่งเป็นคนพบศพเล่าว่า เห็นทีแรกนึกว่าขอนไม้ลอยอยู่ในสระ พอมาดูใกล้ๆ กลายเป็นศพ จึงไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน

นายสะอาด บัวคำ อายุ 71 ปี พ่อ เล่าว่าลูกชายไม่มีครอบครัว ยึดอาชีพหาปลางมหอยไปขายตามตลาดนัด การเสียชีวิตของลูกชาย คาดมาจากอากาศที่ร้อนจัด การงมหาหอยต้องดำน้ำลงไป อาจเกิดตะคริวช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เพราะมาคนเดียว และไม่ติดใจการเสียชีวิต.