จากกรณี เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 69 นายณธัชพงศ์ เผ่าผาง ผอ.สนง.สรรพสามิตภาคที่ 3 สั่งการให้ นายไชยรัตน์ ชื่นใจฉ่ำ ผอ.ส่วนตรวจสอบ ป้องกันและปราบปรามสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 (หัวหน้าชุดเฉพาะกิจในการกำกับดูแลและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงของสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3) บูรณาการร่วมกับ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา และ สาขาสีคิ้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 3 สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันต้องสงสัยในเขตพื้นที่อำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา
ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพ กม.47-48 ขาเข้านครราชสีมา ต.กลางดง อ.ปากช่อง มีน้ำมันดีเซลปริมาณ 24,000 ลิตร ที่ไม่สามารถระบุที่มาของน้ำมันชนิดนี้ได้ จึงได้เก็บตัวอย่างน้ำมันส่งให้กลุ่มวิเคราะห์สินค้าและของกลาง กรมสรรพสามิต เพื่อดำเนินการตรวจพิสูจน์ตามขั้นตอน โดย กลุ่มวิเคราะห์สินค้าและของกลาง ตรวจสอบยืนยันว่าเป็นน้ำมันดีเซลตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 เป็นน้ำมันที่ไม่ได้เสียภาษี ไม่มีเอกสารยืนยันการได้มาของน้ำมันและการเสียภาษีสรรพสามิต

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 8 เม.ย. นายไชยรัตน์ ชื่นใจฉ่ำ ผอ.ส่วนตรวจสอบ ป้องกันและปราบปรามสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 (หัวหน้าชุดเฉพาะกิจในการกำกับดูแลและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงของสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3) บูรณาการร่วมกับสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 3 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาผู้กระทำความผิดคดี มีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษี พร้อมกับดำเนินการเปรียบเทียบปรับ โดยค่าปรับรวมกับค่าภาษีสรรพสามิตและภาษีเก็บเพิ่มเพื่อราชการส่วนท้องถิ่น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,507,080 บาท
ภายหลัง นายไชยรัตน์ เปิดเผยว่า การดำเนินคดีดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงการคลัง กรมสรรพสามิต และนายณธัชพงศ์ เผ่าผาง ผอ.สนง.สรรพสามิตภาคที่ 3 ที่เน้นย้ำให้เร่งรัดการปราบปรามการลักลอบหลีกเลี่ยงภาษีในทุกมิติเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย และเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องเพื่อปราบปรามการทำผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด ป้องกันการสูญเสียรายได้ของรัฐและเสริมความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและผู้ประกอบการในระบบเศรษฐกิจต่อไป.




