นางสาวเซลีน เฉา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า หัวเว่ย คลาวด์ สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลของฮิวแมนิก้า ผู้ให้บริการโซลูชันด้าน HR และ ERP แบบครบวงจรชั้นนำระดับโลกของประเทศไทย ด้วยการส่งมอบโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่เชื่อถือได้และรองรับการขยายตัว เพื่อช่วยยกระดับประสิทธิภาพของระบบ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเสริมความน่าเชื่อถือของบริการ
ทั้งนี้ ความร่วมมือกับหัวเว่ย คลาวด์ ทำให้ฮิวแมนิก้าสามารถเปลี่ยนผ่านสู่สภาพแวดล้อมคลาวด์สมัยใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อความคล่องตัว มีเสถียรภาพ และสามารถขยายตัวได้สำเร็จ โดยหัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้ให้บริการคลาวด์รายแรกในประเทศไทยที่มี Availability Zones 3 แห่ง พร้อมกลไกการสำรองระบบขั้นสูงที่ช่วยรับประกันความพร้อมใช้งานของระบบในระดับสูงและการให้บริการที่ต่อเนื่องไม่สะดุด ด้วยโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว ฮิวแมนิก้าจึงสามารถกระจายเวิร์กโหลดไปยังหลายโซนเพื่อสร้างความยืดหยุ่นและเตรียมความพร้อมสูงสุดในการให้บริการแก่ลูกค้าในทุกสถานการณ์
บนรากฐานระบบคลาวด์ดังกล่าว ทีมวิศวกรรมของฮิวแมนิก้าได้นำเทคโนโลยีคลาวด์เนทีฟมาใช้อย่างครบวงจร ทั้งการจัดการคอนเทนเนอร์ ระบบ deployment อัตโนมัติ ตลอดจนแพลตฟอร์มมอนิเตอร์และ observability แบบบูรณาการ ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนในการดำเนินงานและเร่งการส่งมอบบริการได้อย่างมีนัยสำคัญ ด้วยขีดความสามารถเหล่านี้ ทีมวิศวกรรมของฮิวแมนิก้าจึงสามารถมุ่งเน้นอย่างเต็มที่ไปที่การพัฒนาฟีเจอร์ HR ยุคใหม่ และเร่งขยายบริการเชิงกลยุทธ์ในระดับภูมิภาค
“หัวเว่ย คลาวด์ มุ่งมั่นสนับสนุนองค์กรต่าง ๆ ในการเดินหน้าทรานส์ฟอร์มดิจิทัล ด้วยเทคโนโลยีคลาวด์ที่มีความปลอดภัย เชื่อถือได้ และมีประสิทธิภาพสูง ความร่วมมือของเรากับฮิวแมนิก้าสะท้อนให้เห็นว่า นวัตกรรมคลาวด์สามารถช่วยให้องค์กรปรับโครงสร้างพื้นฐานให้ทันสมัย เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเร่งการเติบโตทางธุรกิจได้”
หัวเว่ย คลาวด์ นำเสนอโซลูชันคลาวด์ที่ครอบคลุมสำหรับรองรับเวิร์กโหลดระดับองค์กร ทั้งโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ ความสามารถด้านการพัฒนาแบบคลาวด์เนทีฟ สถาปัตยกรรม hybrid cloud และบริการด้านความปลอดภัยขั้นสูง ด้วยสถาปัตยกรรมแบบรวมศูนย์ องค์กรสามารถผสานการทำงานระหว่าง public cloud และ private cloud ได้อย่างไร้รอยต่อ พร้อมบริหารจัดการข้อมูลภายในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังมาพร้อมบริการฐานข้อมูลที่แข็งแกร่ง เช่น RDS for SQL Server ซึ่งมีเครื่องมือบริหารจัดการอัจฉริยะสำหรับการสำรองข้อมูล การกู้คืนข้อมูล การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และการติดตามการใช้ทรัพยากร เพื่อเสริมการปกป้องในระดับองค์กร หัวเว่ย คลาวด์ ยังรวมบริการด้านความปลอดภัยไว้อย่างครบวงจร อาทิ Identity and Access Management (IAM), Network Address Translation (NAT) Gateway และ Security Groups พร้อมสอดคล้องตามมาตรฐานการรับรองด้านความปลอดภัยระดับโลกมากกว่า 130 รายการ
นายสุนทร เด่นธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฮิวแมนิก้า กล่าวว่า นับตั้งแต่เลือกใช้หัวเว่ย คลาวด์ เป็นรากฐานด้านโครงสร้างพื้นฐาน ฮิวแมนิก้าสามารถยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานได้อย่างชัดเจน เพิ่มขีดความสามารถในการขยายทรัพยากรด้านไอที ให้รวดเร็วกว่าเดิมถึง 5 เท่า ลดระยะเวลาในการจัดเตรียมระบบจากเดิมที่ใช้เวลาหลายสัปดาห์เหลือเพียงไม่กี่นาที ด้วยการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานแบบอัตโนมัติ ความคล่องตัวนี้ช่วยให้ฮิวแมนิก้าสามารถเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และรองรับลูกค้าองค์กรรายใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้บริษัทเสริมความสามารถในการแข่งขันในตลาดเทคโนโลยี HR ได้อย่างแข็งแกร่ง
“การนำเทคโนโลยีคลาวด์และทีมสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญจาก Huawei Cloud มาใช้ ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แพลตฟอร์มของเรา ทั้งในด้านความเสถียร ความปลอดภัย และความยืดหยุ่นในการขยายระบบ สิ่งนี้ช่วยให้เราสามารถเร่งพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ส่งมอบบริการที่มีประสิทธิภาพให้กับลูกค้า และพร้อมเป็นแรงสำคัญในการสนับสนุนองค์กรต่างๆ ให้ก้าวสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างเต็มรูปแบบ”
ขณะที่เทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานแบบคลาวด์เนทีฟของหัวเว่ย คลาวด์ (Huawei Cloud’s cloud-native infrastructure) ควบคู่กับทีมผู้เชี่ยวชาญ ช่วยเสริมความแข็งแกร่งทั่งในด้านเสถียรภาพ ความปลอดภัย และความยืดหยุ่นในการขยายตัวของแพลตฟอร์ม สิ่งนี้ช่วยให้เราสามารถเร่งพัฒนานวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ ส่งมอบบริการที่มีประสิทธิภาสูงให้กับลูกค้า และเดินหน้าสนับสนุนองค์กรต่าง ๆ ในการทรานส์ฟอร์มดิจิทัลได้อย่างต่อเนื่อง
ในขณะที่องค์กรต่าง ๆ หันมาใช้เทคโนโลยีคลาวด์มากขึ้นเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน หัวเว่ย คลาวด์ ยังคงมุ่งมั่นนำเสนอโซลูชันที่ปลอดภัย รองรับการขยายตัว และอัจฉริยะ เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจปลดล็อกโอกาสใหม่ ๆ ในยุคดิจิทัล



