แม้จะเป็นซุปตาร์ระดับโลกที่มีงานล้นมือ แต่ในบทบาทนักธุรกิจ “วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร” CEO แบรนด์ขนมชื่อดัง SOURI กลับต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ ท่ามกลางวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันพุ่งสูงและภาวะสงครามโลกที่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ถึงกำลังซื้อของผู้บริโภค ล่าสุด หนุ่มวิน ได้ปรากฏตัวในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ฮอลล์ เอ็กซ์เอส สิงห์ เลมอนโซดา พร้อมเปิดใจถึงสถานการณ์ธุรกิจขนมหวานที่กำลังเผชิญวิกฤตต้นทุนและยอดขายอย่างหนัก

วิน เผยว่า “สำหรับแบรนด์ร้านขนมของเรากับสภาวะเศรษฐกิจตอนนี้ ผมว่าค่อนข้างยากและลำบากเหมือนกัน อย่างร้าน SOURI แทบจะทุกสาขาเลยที่เปิดอยู่ในห้าง แล้วตอนนี้ลูกค้าที่มาใช้บริการในห้างก็ลดลง เพราะฉะนั้นมันก็ส่งผลกระทบโดยตรงต่อแบรนด์ แต่โชคดีที่ออนไลน์ยังช่วยกันพยุงได้อยู่ ยอมรับว่าเครียดมาก ทุกวันนี้ถ้าว่างก็ประชุมเคลียร์เรื่องพวกนี้ก่อนเพราะมันหนักมากจริงๆ ซึ่งไม่ใช่แค่ร้านของผมคนเดียว เท่าที่คุยกับเพื่อนที่ทำธุรกิจเดียวกันทุกคนก็หนักหนากันหมด

ระหว่างช่วงโควิดกับช่วงนี้ ผมว่าช่วงนี้อาจจะหนักกว่า เพราะแบกต้นทุนค่อนข้างเยอะ เนื่องจากมีหน้าร้านหลายสาขาแล้ว แต่ว่าช่วงโควิดเรายังเป็นออนไลน์อยู่ เลยไม่ได้มีต้นทุนที่หนักที่จะต้องจ่ายทุกเดือน ส่วนเรื่องการขยายสาขาก็ต้องระมัดระวังและรัดกุมในช่วงนี้ รวมถึงการวางแผนในเรื่องของงบงบให้คุ้มค่ามากที่สุดสำหรับตอนนี้ เพราะถือว่าวิกฤตที่สุดแล้วตั้งแต่ทำแบรนด์ SOURI มา แต่ก็ยังไปไหวอยู่ครับ แต่ก็เตรียมแผนในการรับมือว่าจะทำอะไรยังไงบ้าง ส่วนเรื่องขึ้นราคาจะพยายามให้เกิดเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่สุด แต่ในเรื่องของต้นทุนวัตถุดิบตอนนี้ก็มีบางรายการที่เริ่มปรับราคาแล้ว อย่างที่บอกว่าต้องไหวเพราะไม่อย่างนั้นทุกคนจะลำบาก

จริงๆ ผมเป็นเป็นห่วงพนักงานมากกว่า ตอนนี้ก็อยู่กับเราหลายคนแล้ว อยากทำให้เต็มที่ที่สุด ถามว่าต้องลดเรื่องการผลิตด้วยไหม ลดครับ ช่วงนี้ก็ลดรอบส่งน้อยลง จริงๆ ผมมีรถขนส่งเอง คือผลิตเองและส่งเอง ตอนนี้เลยจำเป็นต้องลดรอบในการส่ง ส่วนยอดรายได้ของออฟไลน์เท่าที่มีตัวเลขมาตอนนี้ลดลงไป 20% ถือว่าเยอะเหมือนกัน แต่ในออนไลน์ยังพอไปได้อยู่สำหรับแพลนที่จะซื้อเครื่องบินก็ต้องพับไปก่อนไว้ก่อน เพราะน้ำมันแพงมาก กลัวซื้อมาเดี๋ยวเติมน้ำมันไม่ไหว ตอนนี้ติดที่ราคาน้ำมันอย่างเดียว ส่วนเรื่องจะซื้อเครื่องบินก็เริ่มมีปัญหาแล้ว(หัวเราะ)”

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก winmetawin