เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 9 เม.ย. 69 นายจรินศักดิ์ สงสุวรรณ นายอำเภอนาหม่อม จ.สงขลา ได้รับแจ้งจากกำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตำบลนาหม่อม ว่าพบกลุ่มบุคคลจำนวนมากหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าละเมาะเชิงเขา คาดว่าเป็นแรงงานหลบหนีเข้าเมือง จึงสั่งการให้ นายปฐมพงศ์ ชูช่วย ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง นำกำลัง อส. พร้อมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาหม่อม รวมถึงตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสงขลา ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที
จากการเข้าตรวจสอบ พบชายหญิงชาวเมียนมามากกว่า 80 คน กระจายตัวนั่งอยู่ตามพุ่มไม้ บางส่วนหลบแดดอยู่ใต้ผ้าใบที่กางใต้ต้นไม้ โดยทั้งหมดไม่มีเอกสารประจำตัวหรือหนังสือเดินทาง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปยังศาลาประชาคมที่ว่าการอำเภอนาหม่อม เพื่อทำการคัดแยกและสอบสวน
เบื้องต้น หนึ่งในแรงงานให้การผ่านล่ามว่า เมื่อ 5 วันก่อน ได้เดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติจากเมืองพญาตองซู รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา เข้ามาทางบ้านพระเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ก่อนจะมีรถรับส่งต่อกันเป็นทอด ๆ กระทั่งรถบรรทุก 6 ล้อแบบคลุมผ้าใบ และรถกระบะตู้ทึบ นำมาปล่อยทิ้งไว้ในป่าละเมาะดังกล่าวในช่วงเช้า
ทั้งนี้ แรงงานแต่ละคนต้องจ่ายเงินให้นายหน้าตั้งแต่ 5-10 ล้านจั๊ต หรือประมาณ 79,000-150,000 บาท เพื่อหวังเดินทางไปหางานทำในประเทศมาเลเซีย
ด้าน พ.ต.อ.กองทัพ เสนาทิพย์ ผกก.สภ.นาหม่อม เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เริ่มจากพลเมืองดีแจ้งเบาะแสถึงความผิดปกติในพื้นที่ป่าละเมาะ หมู่ 4 ตำบลนาหม่อม เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบจนพบกลุ่มแรงงานจำนวนมากดังกล่าว
ขณะนี้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองอยู่ระหว่างคัดแยกว่าแรงงานกลุ่มนี้เข้าข่ายเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์หรือไม่ โดยเบื้องต้นทั้งหมดให้การว่าเดินทางด้วยความสมัครใจ อย่างไรก็ตาม หลังจากคัดแยกแล้วจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ก่อนผลักดันกลับประเทศต้นทาง
เจ้าหน้าที่คาดว่า ขบวนการนำพาอาจหลีกเลี่ยงด่านตรวจ โดยเฉพาะด่านตรวจถาวรบ้านควนมีด ซึ่งเป็นจุดตรวจสำคัญก่อนเข้าสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงเปลี่ยนเส้นทางและนำแรงงานมาทิ้งไว้ในป่าละเมาะดังกล่าว
ทั้งนี้ จุดที่พบเป็นเพียงพื้นที่ป่าละเมาะ ไม่ใช่แหล่งพักพิงถาวร ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ตั้งชุดสืบสวน เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่าง ๆ เพื่อขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



