เมื่อสงกรานต์ผ่านไป… พร้อมกับความสนุก แต่ยังเหลือทิ้งร่องรอย..แป้ง ไว้ให้ดูต่างหน้า “รถยนต์”จำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับสภาพรถที่ “ดูไม่ได้” ทั้งคราบแป้งแห้งกรัง ดินสอพองที่ฝังลึกตามซอก หรือแม้แต่กลิ่นอับสะสมภายในห้องโดยสาร

หากปล่อยทิ้งไว้นาน แดดเมืองไทยที่ร้อนระอุจะทำปฏิกิริยากับแป้งจนกลายเป็นคราบฝังแน่นที่อาจกัดกร่อนชั้นแลคเกอร์สีรถได้  แน่นอนวันนี้มีเทคนิค “การบำรุงรักษาหลังสงกรานต์” แบบมืออาชีพมาฝากกัน

1. สูตรลับล้างคราบแป้ง:  ศัตรูตัวร้ายของสีรถไม่ใช่ตัวน้ำ แต่คือ “แป้งที่แห้งตัว” เพราะไม่ต่างจากกระดาษทรายเบอร์ละเอียด หากนำผ้าชุบน้ำถูทันทีจะทำให้สีรถเป็นรอย

  • การล้างเบื้องต้น ใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดไล่เศษฝุ่นและแป้งออกให้มากที่สุด อย่าเพิ่งใช้ฟองน้ำถูเด็ดขาด
  • สลายคราบด้วยโฟมหนา ใช้น้ำยาล้างรถที่มีค่าเป็นกลาง(PH)ฉีดทับให้ทั่วคราบแป้ง ทิ้งไว้ 2-3 นาทีเพื่อให้แป้งนุ่มตัวและคลายตัวออกจากผิวรถ
  • ตรวจสอบบริเวณ “ร่องกระจก” และ “ใบปัดน้ำฝน” แป้งที่ฝังอยู่ตรงนี้หากไม่ล้างออก เมื่อใช้งานปัดน้ำฝนจะทำให้กระจกหน้าเป็นรอยขูดขีดทันที

2. เช็ก แอร์และกรองอากาศ

  • กรองอากาศแอร์  คือด่านแรกที่รับศึกหนัก หากมีคราบขาวของแป้งติดอยู่ จะทำให้แอร์ทำงานหนัก กินน้ำมันมากขึ้น และเป็นแหล่งสะสมของเชื้อรา
  • กำจัดกลิ่นอับ  หากเบาะพรมเปียกชื้นจากการเล่นน้ำ แนะนำให้จอดรถตากแดดแรงๆ เปิดประตูทิ้งไว้สัก 1-2 ชั่วโมง และเปิดพัดลมแอร์เบอร์แรงสุด ปิด AC  เพื่อไล่ความชื้นในตู้แอร์ให้แห้งสนิท

3. ความต่างที่เจ้าของรถต้องใส่ใจการปล่อยให้รถเขรอะนานเกินไปหลังจบทริป ไม่ใช่แค่เรื่องความสะอาด แต่คือการ “รักษาเกรดสีรถ” ดังนั้น

  • ก่อนล้าง: รถจะดูหมอง สัมผัสสากมือ และเสี่ยงต่อการเกิดสนิมหากแป้งเข้าไปผสมกับน้ำและค้างอยู่ในซอกโลหะ
  • หลังล้าง: เมื่อล้างและ “ลงแว็กซ์” เคลือบผิวทันที จะช่วยคืนความเงางามและปกป้องสีรถจากแสงแดดที่ร้อนจัดในช่วงเดือนเมษายนได้เป็นอย่างดี

วิธีง่ายๆ ในการดูแลรักษารถยนต์…หลังสงกรานต์ ให้กลับมาใหม่  เงางามเหมือนเดิม.