เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม (ศปภ.คค.) กระทรวงคมนาคม แจ้งว่า การเดินทางบนโครงข่ายคมนาคมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 วันที่ 10-14 เม.ย. 2569 สะสม 5 วัน พบว่า ระบบขนส่งสาธารณะสามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอ โดยมีการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะรวม 12,640,505 คน เพิ่มขึ้น 2.37% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (11-15 เม.ย. 2568) ทั้งนี้ ระบบรางมีสัดส่วนการใช้บริการสูงสุด คิดเป็น 46% ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศรวม 1,177,027 คน ขณะที่การจราจรเข้า-ออกกรุงเทพฯ บนทางหลวงสายหลัก 12 เส้นทาง มีปริมาณ 4,751,489 คัน ลดลง 3.23% และการเดินทางภายในกรุงเทพฯ บนทางพิเศษของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีปริมาณ 6,240,564 คัน ลดลง 4.66%

สำหรับสถิติอุบัติเหตุบนโครงข่ายของกระทรวงคมนาคมสะสม 5 วัน พบว่า โครงข่ายทางบกเกิดอุบัติเหตุรวม 879 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 890 คน เสียชีวิต 128 คน สาเหตุหลักเกิดจากการขับรถเร็วเกินกำหนด 561 ครั้ง คิดเป็น 64% ยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุดคือ รถปิกอัพบรรทุก 4 ล้อ 457 คัน ลักษณะพื้นที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นทางตรงไม่มีความลาดชัน 629 ครั้ง คิดเป็น 72% จังหวัดนครราชสีมา มีผู้เสียชีวิตสูงสุด 7 คน ขณะที่กรุงเทพฯ เกิดอุบัติเหตุสูงสุด 44 ครั้ง ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาพบว่า อุบัติเหตุลดลง 29% ผู้เสียชีวิตลดลง 4% และผู้บาดเจ็บลดลง 23% ส่วนระบบขนส่งรถโดยสารสาธารณะเกิดอุบัติเหตุ 3 ครั้ง และโครงข่ายทางรางเกิดอุบัติเหตุ 2 ครั้ง ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิต ขณะที่โครงข่ายทางน้ำ และทางอากาศไม่มีรายงานอุบัติเหตุ

ทั้งนี้กระทรวงคมนามได้กำชับทุกหน่วยงานให้บริหารจัดการการเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพฯ อย่างเป็นระบบ บูรณาการข้อมูลปริมาณผู้โดยสาร และปริมาณจราจรแบบเรียลไทม์ เพื่อปรับแผนการให้บริการให้เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา ตรวจสอบความพร้อมของพาหนะ และบุคลากรอย่างเคร่งครัด และรายงานผลการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าสามารถเดินทางกลับได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ครอบคลุมการเดินทางทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด



