นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงสถานการณ์ปาล์มน้ำมันในช่วงนี้มีทิศทางราคาปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากมีผลผลิตลดลงชั่วคราวในช่วงสงกรานต์ หลังจากลานเทและโรงงานสกัดบางส่วนหยุดดำเนินการ ทำให้ปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลง ขณะที่ความต้องการใช้ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในภาคพลังงาน ส่งผลให้ราคามีแนวโน้มขยับตัว

“ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มในประเทศยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคพลังงาน ภายใต้นโยบายน้ำมันดีเซล บี7 และบี20 ส่งผลให้ปริมาณการใช้น้ำมันปาล์มดิบ หรือซีพีโอเพิ่มจากประมาณ 71,600 ตันต่อเดือน เป็นราว 140,000 ตันต่อเดือน หรือเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ทำให้ระบบสามารถดูดซับผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นแรงหนุนสำคัญต่อระดับราคาในช่วงนี้”

ทั้งนี้ ราคาผลปาล์มน้ำมัน ณ วันที่ 10 เม.ย. 69 อยู่ที่ 7.00–7.90 บาทต่อกก. เฉลี่ย 7.45 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่เฉลี่ย 5.95 บาท หรือเพิ่มขึ้น 25% ขณะที่น้ำมันปาล์มดิบ อยู่ที่ 40.50–41.00 บาทต่อกก. เฉลี่ย 40.75 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่เฉลี่ย 35.38 บาท หรือเพิ่มขึ้น 15% สะท้อนว่าตลาดยังมีแรงรองรับ และเกษตรกรยังสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในระดับราคาที่ดี

นายวิทยากร กล่าวว่า ภายหลังช่วงสงกรานต์ ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ปลูกปาล์ม ลงพื้นที่ตรวจสอบลานเทและโรงงานสกัดทันที เพื่อกำกับดูแลการเปิดรับซื้อให้เป็นปกติและเป็นธรรม ต้องแสดงราคารับซื้ออย่างชัดเจน และห้ามกดราคารับซื้อจากเกษตรกรอย่างเด็ดขาด หากพบการเอาเปรียบจะดำเนินการตามกฎหมายทันที

ขณะเดียวกัน ในสัปดาห์หน้า กรมการค้าภายในเตรียมประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการสมดุลน้ำมันปาล์ม ร่วมกับผู้แทนเกษตรกรชาวสวนปาล์ม เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดทั้งด้านปริมาณและราคา พร้อมพิจารณามาตรการที่เหมาะสมให้สอดคล้องกับสถานการณ์  

สำหรับมาตรการกำกับการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ยังคงดำเนินการควบคู่กันไป โดยเป็นการบริหารจัดการปริมาณเชิงรุก ผ่านระบบขออนุญาตล่วงหน้า เพื่อให้มีปริมาณเพียงพอกับการใช้ในประเทศเป็นลำดับแรก ก่อนพิจารณาส่งออก ซึ่งไม่ใช่การห้ามส่งออก แต่เป็นการจัดสมดุลการใช้ในภาพรวม