เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กลุ่มทวงคืนความยุติธรรม ให้กับช้างป่า “สีดอหูพับ” ที่ตายระหว่างการเคลื่อนย้าย นำโดย นางเดือนเต็ม สาลิตุล อาสาภาคประชาชน นายกิติคุณ พลวัน ประธานชมรมจิตอาสารักษ์สัตว์ และเครือข่าย เข้าพบนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นครั้งแรก หลังเคยเข้ามาเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับสีดอหูพับ เพื่อให้อธิบดีกรมอุทยานฯ ออกมารับผิดชอบในเรื่องดังกล่าว

โดยการพบกันในวันนี้เป็นการร่วมหารือในประเด็นที่ภาคประชาชน ตั้งข้อสงสัยถึงสาเหตุการตายของ “สีดอหูพับ” และเสนอเสียงสะท้อนในกรณีการเคลื่อนย้ายช้างป่าที่เป็นไปตามหลักการจริงหรือไม่ และร่วมกันหาทางออก แก้ไข ปัญหาช้างป่า เพื่อให้ครอบคลุมและสร้างประโยชน์กับช้างป่าที่เหลืออยู่ให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ได้มีการนำเสนอในประเด็นที่เกิดความกังวล เช่น เหตุใดต้องเลือกย้ายสีดอหูพับก่อน และมีการย้ายนอกพื้นที่ที่มีข้อพิพาทระหว่างคนกับช้างป่าที่ได้มีการร้องต่อศาลปกครองขอนแก่น ไปนั้น

นายอรรถพล กล่าวว่า การดำเนินการจะเรียงลำดับการเคลื่อนย้ายช้างป่าที่ง่ายไปหายาก พร้อมยืนยันว่า การเคลื่อนย้ายดำเนินไปตามคำสั่งศาลปกครอง ตามที่ประชาชนร้องเรียน และขั้นตอนการเคลื่อนย้ายก็ทำไปตามหลักการที่ซักซ้อมไว้แล้ว แต่สิ่งที่ส่งผลกระทบจนทำให้สีดอหูพับเกิดการล้มระหว่างการเคลื่อนย้าย จำเป็นต้องตรวจสอบถึงสาเหตุโดยละเอียดเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และจะไม่ปกป้องผู้กระทำความผิดที่นำมาซึ่งการตายของช้างป่า แต่ที่ผ่านมาตนพยายามที่จะปกป้องความรู้สึกผู้ใต้บังคับบัญชา เพราะไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องดังกล่าว และมีเจ้าหน้าที่เสียขวัญจากเรื่องนี้ไปด้วย แต่ยืนยันว่าจะดำเนินการตรวจสอบเพื่อคลี่คลายความกังวลของประชาชน และเมื่อได้ข้อสรุปที่ชัดเจนพร้อมจะชี้แจงและเปิดเผยทุกข้อมูลการตรวจสอบอย่างโปร่งใส

ด้านนางเดือนเต็ม กล่าวยอมรับว่า การเข้าพบอธิบดีกรมอุทยานฯ ในวันนี้ถือว่าเกิดความพอใจต่อผู้ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่สีดอหูพับเป็นอย่างมาก เนื่องจากได้มีการพูดคุยในหลายประเด็นที่เข้าใจกันคลาดเคลื่อน และทำให้เข้าใจแนวทางการทำงานของกรมอุทยานฯ มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ที่ตนเคยเรียกร้องให้อธิบดีกรมอุทยานฯ ลาออกเพื่อรับผิดชอบในเรื่องดังกล่าว ยอมรับว่า เป็นความรู้สึกโกรธในขณะนั้น และยังไม่ได้รับการชี้แจงจากกรมอุทยานฯ เลย ที่ผ่านมา 2 เดือนที่ได้ออกมาเคลื่อนไหว และเนื่องด้วยตนถือเป็นคนจุดกระแสสังคมในเรื่องนี้ จึงพยายามที่จะค้นหาคำตอบว่า สีดอหูพับตายได้อย่างไร ซึ่งหลังจากนี้ตนจะไม่ออกมาเคลื่อนไหวใดๆ แล้ว เพราะถือว่าการเข้าพบในวันนี้เป็นที่พอใจ ส่วนหลังจากนี้องค์กรในเครือข่ายจะเคลื่อนไหวต่อเช่นไรก็เป็นสิทธิของแต่ละบุคคล ส่วนข้อสงสัยในการตายของสีดอหูพับในครั้งนี้ ตนขอพุ่งเป้าไปที่ทีมสัตวแพทย์ ที่ต้องออกมาให้ข้อมูลโดยละเอียด ว่ามีการใช้ยาสลบกับสีดอหูพับไปทั้งหมดกี่โดส ตรงตามหลักวิชาการจริงหรือไม่ เพราะยังคงต้องการรับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่

นางเดือนเต็ม กล่าวต่อไปว่า อีกทั้งวันนี้ได้รับการยืนยันจากอธิบดีกรมอุทยานฯ ว่า จะไม่มีการใช้ยาสลบในการเคลื่อนย้ายช้างป่าตัวอื่นๆ อีก เพื่อเลี่ยงการเกิดผลกระทบในลักษณะนี้ และจะใช้วิธีการผลักดันช้างป่าที่ออกมาหากินนอกพื้นที่ให้กลับเข้าไปในป่าแทน ก็รู้สึกพอใจกับวิธีการดังกล่าว เพราะไม่ต้องการเห็นการสูญเสียช้างป่าอีกแล้ว ส่วนกรณีที่ได้ไปยื่นร้องเรียนต่อ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ช่วยกระตุ้นในการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังคงไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากติดวันหยุดช่วงเทศกาลสงกรานต์ คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้.