“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้เสนอกระทรวงคมนาคม เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบให้ รฟม. ดำเนินการให้เช่า หรือให้สิทธิใดๆ ในอสังหาริมทรัพย์ และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ประเภทอาคารอเนกประสงค์ และสถานี รฟม. โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ซึ่งมีมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เกิน 10 ล้านบาท (ประมาณ 72.24 ล้านบาท) โดยเป็นการดำเนินการในลักษณะเดียวกันกับก่อนหน้านี้ ที่ ครม. เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2569 เห็นชอบให้ รฟม. ให้เช่าหรือให้สิทธิใดๆ ในอสังหาริมทรัพย์ฯ โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน จำนวน 7 แห่ง

สำหรับพื้นที่บริเวณอาคารอเนกประสงค์ และพื้นที่โดยรอบของสถานี รฟม. รถไฟฟ้าสายสีส้ม ทางกรมการแพทย์ โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ขอใช้พื้นที่ดังกล่าว เพื่อใช้เป็นศูนย์ให้บริการทางการแพทย์เบื้องต้นแก่ประชาชน ในการตรวจคัดกรอง และดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงโรคมะเร็ง มีขนาดพื้นที่รวม 1,973 ตารางเมตร (ตร.ม.) แบ่งเป็น 1.บริเวณอาคารอเนกประสงค์ 1,291 ตร.ม. จะปรับปรุงเป็นห้องตรวจ Checkup, ห้องหัตถการ และห้องเอกซเรย์ ค่าเช่าเดือนละ 150 บาท/ตร.ม. และ 2.พื้นที่โดยรอบ 682 ตร.ม. ทำเป็นร้านค้าบริการ พื้นที่บริการสนับสนุน และ Wellness Center ค่าเช่าเดือนละ 100 บาท/ตร.ม.

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า จำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็ง มีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้พื้นที่การให้บริการของสถาบันมะเร็งแห่งชาติที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบันไม่เพียงพอ จึงมองว่าพื้นที่บริเวณอาคารอเนกประสงค์ และโดยรอบสถานี รฟม. เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ เหมาะสำหรับการนำมาพัฒนาขยายบริการคลินิกตรวจสุขภาพทั่วไป การตรวจคัดกรองมะเร็ง การรับวัคซีน การพบแพทย์ รวมทั้งกายภาพบำบัด และการรับยา เนื่องจากมีความพร้อมด้วยการคมนาคมขนส่งผ่านโครงข่ายรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการ ทั้งในปัจจุบัน และอนาคต ทำให้ประชาชนเข้าถึงการให้บริการดังกล่าวได้อย่างสะดวก

สำหรับที่ตั้งของศูนย์ให้บริการทางการแพทย์ ที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติขอใช้พื้นที่ อยู่บนแนวสายทางเหนืออุโมงค์ และสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน (ไม่ใช่ปากทางเข้า-ออกสถานี) ของ สถานี รฟม. โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งอยู่ภายในศูนย์ซ่อมบำรุงห้วยขวาง ทั้งนี้การที่ รฟม. ให้สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ใช้ประโยชน์พื้นที่ดังกล่าว ไม่ได้ทำให้วัตถุประสงค์ของการเวนคืนต้องเสียไป เพราะเป็นโครงการที่มุ่งเน้นให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชน เป็นการส่งเสริมให้ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า และประชาชนโดยรอบโครงการรถไฟฟ้า ได้เข้าถึงระบบสาธารณสุขของรัฐอย่างทั่วถึงด้วยขนส่งสาธารณะ
อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มรายได้จากจำนวนการใช้บริการรถไฟฟ้า ลานจอดรถ และสิ่งอำนวยความสะดวก นอกเหนือจากค่าตอบแทนจากการใช้ทรัพย์สินของ รฟม. ด้วย ซึ่งจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารกิจการของ รฟม. โดยภายหลังสิ้นสุดสัญญา สิ่งปลูกสร้างที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติได้ก่อสร้างเพิ่มเติม จะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ รฟม. ด้วย ทั้งนี้ รฟม. จะกำกับดูแลการใช้พื้นที่ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ไม่ให้กระทบต่อความปลอดภัยของเขตระบบรถไฟฟ้า และการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับกิจการรถไฟฟ้าอย่างดีที่สุด.



