สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ว่ากระทรวงการต่างประเทศเม็กซิโก สเปน และบราซิล ออกแถลงการณ์ร่วมกัน ระหว่างการประชุมของกลุ่มประเทศฝ่ายซ้ายในโลกลาติน ที่เมืองบาร์เซโลนา “แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อวิกฤติมนุษยธรรมร้ายแรงที่ชาวคิวบากำลังเผชิญ และเรียกร้องให้มีการดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อบรรเทาสถานการณ์นี้” โดยไม่มีการพาดพิงถึงสหรัฐอย่างตรงไปตรงมา


แถลงการณ์ระบุด้วยว่า การเจรจาดังกล่าวควรดำเนินไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ “หาทางออกที่ยั่งยืนต่อสถานการณ์ปัจจุบัน และเพื่อให้มั่นใจว่า ชาวคิวบาจะเป็นผู้กำหนดอนาคตของตนเองได้อย่างอิสระอย่างเต็มที่”


เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดีมิเกล ดิแอซ-กาเนล ผู้นำคิวบา ปราศรัยเนื่องในโอกาสครบรอบ 65 ปี เหตุการณ์ที่สหรัฐพยายามรุกรานคิวบาที่อ่าวหมู ระหว่างวันที่ 15-19 เม.ย. 2494 ว่า “คิวบาไม่เคยต้องการเผชิญหน้ากับสหรัฐ แต่เป็นหน้าที่ทุกฝ่ายที่ต้องเตรียมพร้อมเพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์นั้น ซึ่งหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ คิวบาต้องชนะเท่านั้น”


ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ในเวเนซุเอลา หลังหน่วยรบพิเศษของสหรัฐเข้าจู่โจมจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา คิวบาเผชิญกับคำขู่และคำเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ว่าคิวบาคือ “เป้าหมายต่อไป” ถัดจากอิหร่าน โดยในระหว่างนี้ รัฐบาลวอชิงตันใช้การยกระดับมาตรการปิดล้อมทางพลังงานอย่างหนักต่อคิวบา


ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนของคิวบายืนยันว่า รัฐบาลฮาวานาพร้อมเจรจา อย่างไรก็ตาม “ต้องไม่มีการนำระบอบการเมืองมาเป็นหัวข้อต่อรอง” นอกจากนี้ ดิแอซ-กาเนล เพิ่งให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีของสหรัฐ เมื่อไม่นานมานี้ ยืนยันจะไม่ลาออกจากตำแหน่ง ตามแรงกดดันของรัฐบาลวอชิงตัน.

เครดิตภาพ : REUTERS