ภาวะวิกฤตพลังงานเกิดกระแสการมุ่งหาพลังงานทดแทนจากฟอสซิส ในแผนแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ (พ.ศ. 2569-2593) ให้พิจารณาเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากนวัตกรรมใหม่ เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก SMR (Small Modular Reactor คือโรงไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดเล็ก กำลังผลิต 10-300 เมกะวัตต์ มีลักษณะเป็นโมดูลที่ผลิตจากโรงงานแล้วนำมาติดตั้งในพื้นที่ได้ทันทีเหมือนแบตเตอรี่) ประเทศไทยเริ่มศึกษาเพื่อจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 ปัจจุบัน สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน )หรือสทน. เป็นหน่วยงานเพื่อศึกษาและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนิวเคลียร์ โดยนำมาใช้ด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อรักษาโรค หรือด้านเกษตร เช่นการกำจัดแมลงศัตรูพืชด้วยการฉายรังสีเพื่อให้เป็นหมันเป็นต้น

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 69 สทน. ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร เพื่อเตรียมการจัดตั้งศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์(Hub of Talent for Nuclear Energy Technology) โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย ภาคอุตสาหกรรม และองค์กรเอกชนเข้าร่วมอย่างกว้างขวาง อาทิ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สังกัด สวทช., สำนักปลัดกระทรวงพลังงาน, กรมพลังงานทดแทน, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.), กระทรวงพาณิชย์, สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) รวมถึงบริษัทเอกชนด้านพลังงานและเทคโนโลยี

นิวเคลียร์สนับสนุน AI
รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ กล่าวว่าการเข้ามาของ AI จะ ดิสทรัปทุกสิ่งทุกอย่าง แต่สิ่งที่ AI ต้องการคือพลังงาน ซึ่งในโลกอนาคตปัจจัยสำคัญคือ พลังงานสะอาด หลายประเทศจึงเริ่มพัฒนาพลังงานสะอาดรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมทั่วโลกคือ พลังงานนิวเคลียร์ โดยเฉพาะเทคโนโลยี SMR จะสนับสนุน Data Center และการทำงานของ AI ขณะที่ในสหรัฐอเมริกา พรรคการเมืองชั้นนำ ต่างให้การสนับสนุนพลังงานนิวเคลียร์เพราะมองว่าเป็น ยุทธศาสตร์ของชาติ เพื่อก้าวไปสู่สังคม AI และเป็นผู้นำเทคโนโลยี, นอกจากนี้ จีน เกาหลีใต้ แคนาดา และอังกฤษที่หันมาทุ่มเทด้านวิศวกรรมนิวเคลียร์มากขึ้น เช่น เทคโนโลยี Rolls-Royce SMR สำหรับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนต่างก็เริ่มขยับตัวแล้ว เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย (ตั้งเป้ามีโรงไฟฟ้าในปี 2032) ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ที่บรรจุไว้ในแผน PDP
“เทคโนโลยี SMR เป็นเทคโนโลยีที่ปลอดภัยมาก ภาพจำเรื่องอุบัติเหตุในอดีตเป็นเรื่องของโรงไฟฟ้ายุคเก่าเมื่อ 40-60 ปีที่แล้ว สำหรับเรื่องกากกัมมันตรังสี สทน. มีประสบการณ์จัดการตามมาตรฐานสากลอยู่แล้วจากการใช้งานด้านการแพทย์และรักษาโรคมะเร็ง โดยมีการจัดเก็บกากไว้ในถังภายในอาคารที่มีระบบความปลอดภัยมาตรฐานสากลที่จังหวัดนครนายก และปทุมธานี”
ภาคอีสานและภาคใต้เหมาะสมก่อตั้งโรงไฟฟ้าSMR
รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ กล่าวว่า สำหรับพื้นที่เหมาะสมของประเทศที่จะก่อตั้งโรงไฟฟ้าSMRเบื้องต้นกำหนดที่ภาคอีสานและภาคใต้ เนื่องจากมีความต้องการพลังงานสูงและยังมีสายส่งไฟฟ้าไม่เพียงพอ ซึ่งประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยีนี้คือ จีน อเมริกา รัสเซีย และเกาหลีใต้ เปลี่ยนจากการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่มาเป็นขนาดเล็ก (SMR) เพราะจัดการง่ายกว่า ใช้พื้นที่น้อยเพียงประมาณ 100 ไร่ และสามารถตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเพื่อผลิตไฟฟ้าให้
“ในโลกอนาคต ความมั่นคงของไฟฟ้า สำคัญกว่าราคาถูก เพราะธุรกิจต้องการความมั่นใจว่าจะมีไฟใช้ตลอดเวลา เทคโนโลยี SMR ไม่ได้มีไว้ผลิตไฟฟ้าอย่างเดียว แต่ยังสามารถ ผลิตไฮโดรเจน เปลี่ยนน้ำทะเลเป็นน้ำจืด ซึ่งมีการใช้งานแล้วในบางประเทศในตะวันออกกลางและเป็นแหล่งความร้อนให้โรงงานอุตสาหกรรม, SMR จึงถือเป็น ยุทธศาสตร์ชาติ ที่เป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีเชื่อมต่อกับ AI และ Data Center ซึ่งจะสร้างโอกาสทางธุรกิจและวิศวกรรม นำไปสู่ความมั่งคั่งของคนไทย

เริ่มต้นรวมผู้เชี่ยวชาญ “นิวเคลียร์”
รศ.ดร.ธวัชชัยกล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่พร้อม 100% ที่จะเริ่มดำเนินการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR ) แต่มีความพร้อมอยู่ในระดับหนึ่ง ขณะเดียวกำลังคนที่มีอยู่กระจัดกระจายตามมหาวิทยาลัย สทน. และ กฟผ. กำลังรวบรวมผู้เชี่ยวทำงานร่วมกันเป็นแบบ “ทีมไทยแลนด์” ผ่านการจัดตั้งศูนย์ผู้เชี่ยวชาญฯ ส่วนด้านกฎหมาย ประเทศไทยได้ประกาศใช้ พ .ร.บ. พลังงานนิวเคลียร์ ปี 2559 ซึ่งปัจจุบันสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กำลังเร่งออกกฎหมายลูกและระเบียบปฏิบัติ คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 ปี จึงจะมีความพร้อมสมบูรณ์ในเชิงกฎหมายและการกำกับดูแลการใช้พลังงานนิวเคลียร์ต่อไป
นายณภพ ลายวิเศษกุล สมาชิกวุฒิสภา และ คณะกรรมาธิการพลังงาน กล่าวว่า วุฒิสภา มุ่งผลักดันให้เกิดโรงไฟฟ้า SMR เพราะเป็นพลังงานที่มั่นคงและไม่มีมลภาวะ หากไทยต้องการเป็น ศูนย์กลาง ของอาเซียน และดึงดูดการลงทุนด้าน Data Center หรือ AI จำเป็นต้องมีความมั่นคงทางพลังงานและต้องเป็นพลังงานสะอาด

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวเปิดงานว่า บทบาทของวช.สนับสนุนให้มีฮับ หรือศูนย์กลางแห่งความเป็นเลิศ ที่ผ่านมาสนับสนุนให้เกิดฮับมากกว่า 50 ศูนย์มีหลากหลายและรวมผู้เป็นผู้เชี่ยวชาญไว้ให้เป็นวันสต๊อปเซอร์วิส ตัวอย่างที่เป็นภาพชัดคือศูนย์ยางพารา รวมนักวิชาการและงานวิจัยจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ ขณะที่สถาบันนิวเคลียร์ มีการสื่อสารสร้างการรับรู้มาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการจัดตั้งศูนย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ จะทำเกิดการยกระดับการทำงานด้านนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง
โรงไฟฟ้า SMR เกมเแห่งการลงทุน
ด้าน ดร.วศิน เวชกามา วิศวกรนิวเคลียร์ ชำนาญการสทน. กล่าวว่าโรงไฟฟ้า SMR ถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยเฉพาะการใช้ร่วมกับ AI Data Center เพราะเป็นพลังงานสะอาดที่ไม่ปล่อยคาร์บอน และมีความเสถียรเป็น ไฟฟ้าฐาน ที่ปรับพลังงานได้รวดเร็วกว่าพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ, ตัวอย่างเช่น Google ได้จับมือกับบริษัท Kairos Power เพื่อใช้ SMR พลังงานสะอาดขับเคลื่อน Data Center อย่างไรก็ตามการพัฒนานิวเคลียร์ในไทยเคยหยุดชะงักหลายครั้ง (เช่น ยุคอ่าวไผ่ปี 2509 และเหตุการณ์ฟุกุชิมะปี 2011) ทำให้การพัฒนาผู้เชี่ยวชาญไม่ต่อเนื่อง, จึงมีการจัดตั้งศูนย์ฯ นี้ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลัก 5 ประการ
1.สนับสนุนนโยบายเชิงเทคนิคแก่ภาครัฐ
2.บูรณาการงานวิจัยจากหน่วยงานต่างๆ ที่กระจัดกระจายอยู่
3.พัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ เพื่อทดแทนผู้เชี่ยวชาญรุ่นเก่า
4.สื่อสารกับสาธารณชน เรื่องความปลอดภัยและผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ
5.ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ

ศูนย์นี้เป็นการรวมตัวของหน่วยงานกว่า 30 แห่ง เช่น สทน, กฟผ, สถาบันการศึกษาต่างๆ แบ่งคณะทำงานเป็น 5 ด้าน
- ด้านวิจัยและเทคโนโลยี
- ด้านการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมและช่างเทคนิค
- ด้านการพัฒนาบุคลากร (อุดมศึกษา)
- ด้านการสื่อสารในพื้นที่
- ด้านการเข้าถึงเทคโนโลยีและความร่วมมือต่างประเทศ



