สื่อแดนปลาดิบ scmp รายงานว่า ไอดอลใต้ดินสาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง ได้จุดชนวนการถกเถียงอย่างร้อนแรงในโลกออนไลน์ หลังมอบสิทธิพิเศษสุดช็อกให้แฟนคลับด้วยการ “อนุญาตให้ดมกลิ่นรักแร้” เป็นหนึ่งในบริการแฟนเซอร์วิส
ไอดอลคนดังกล่าวคือ ฮาริ มัตสึโมโตะ (Hari Matsumoto) จากจังหวัดวากายามะ บนเกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น เธอได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยบุคลิกที่สดใสและเป็นกันเอง จนมีผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียมากกว่า 400,000 คน
ลักษณะของ “ไอดอลใต้ดิน” ในญี่ปุ่นนั้น จะแตกต่างจากไอดอลกระแสหลักที่สังกัดค่ายใหญ่ และออกสื่อหลักอย่างทีวีหรือโฆษณา โดยไอดอลใต้ดินจะเน้นการแสดงในพื้นที่ขนาดเล็ก ไลฟ์เฮาส์ หรือห้างสรรพสินค้า และสร้างฐานแฟนคลับผ่านการมีปฏิสัมพันธ์โดยตรงอย่างใกล้ชิด
ในงานแฟนมีตติ้งหลังจบการแสดงเมื่อเร็วๆ นี้ มัตสึโมโตะ ได้นำเสนอบริการใหม่ที่ให้แฟนๆ ดมกลิ่นรักแร้ของเธอ แทนการจับมือหรือกอดตามปกติ ซึ่งภาพที่ถูกเผยแพร่ออกมา เผยให้เห็นแฟนคลับชาย 2 คนเอาจมูกเข้าไปจ่อใกล้ใต้วงแขนของเธอ เพื่อดมกลิ่นอย่างใกล้ชิด
หลังภาพถูกเผยแพร่ออกไป การถกเถียงทางสังคมออนไลน์ก็ปะทุขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย
ฝ่ายคัดค้าน – มองว่าพฤติกรรมดังกล่าว “ล้ำเส้น” เกินไป ทั้งในแง่ของสุขอนามัยพื้นฐาน และความเหมาะสมทางศีลธรรม รวมถึงเป็นการลดคุณค่าของตัวไอดอลเอง
ฝ่ายสนับสนุน (หรือเข้าใจ) – มองว่านี่เป็นเอกลักษณ์ของวงการไอดอลใต้ดิน ที่ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างความประทับใจ และรักษาความสัมพันธ์ที่ “ไม่เหมือนใคร” กับแฟนคลับ
แม้จะมีเสียงวิจารณ์อย่างหนัก แต่ มัตสึโมโตะ ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง และดูเหมือนว่าฐานแฟนคลับของเธอจะมองว่า นี่คือเสน่ห์ที่ตรงไปตรงมาและเข้าถึงง่าย
สำหรับวงการไอดอลใต้ดินญี่ปุ่น เป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูงมาก การสร้าง “จุดขาย” ที่แปลกใหม่ จึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับพวกเธอ แต่ในกรณีการดมรักแร้ เราอาจต้องย้อนกลับมาถามว่า “ขอบเขตอยู่ที่ตรงไหน?” การตลาดที่ใช้ “ความช็อก” (Shock Marketing) แบบนี้ อาจเรียกกระแสได้ในระยะสั้น แต่ในระยะยาวอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ และมาตรฐานความปลอดภัยทางสาธารณสุขได้ ความคิดสร้างสรรค์ในงานบริการเป็นเรื่องดี แต่ถ้ามันเริ่มทำให้คนส่วนใหญ่รู้สึก “ไม่สบายใจ” มากกว่า “ประทับใจ” นั่นอาจเป็นสัญญาณว่า แฟนเซอร์วิสนั้นอาจเดินผิดทางแล้วก็ได้
ที่มาและภาพ : insight korea



