เมื่อวันที่ 28 เม.ย.นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายด่านศุลกากรจังหวัดแม่ฮ่องสอน และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามการรับซื้อถั่วลายเสือในพื้นที่ ต.ปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน พูดคุยกับผู้ประกอบการสอบถามความชัดเจนในประเด็นเรื่องเงื่อนไขคุณภาพถั่วลายเสือ จากกรณีเกษตรกรปลูกถั่วลายเสือในพื้นที่ ขอให้ช่วยเหลือเนื่องจากไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตถั่วลายเสือได้
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน แนะนำเกษตรกรผู้ปลูกถั่วลายเสือ จากการลงพื้นที่พูดคุยกับผู้ประกอบการ ณ จุดรับซื้อถั่วลิสงในตำบลปางหมู จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อให้ข้อมูลและคำแนะนำแก่เกษตรกรในการนำผลผลิตมาจำหน่าย ซึ่งหลักเกณฑ์การรับซื้อถั่วสด เน้นคุณภาพที่เกณฑ์ความแก่ ทางจุดรับซื้อจะมีการสุ่มตรวจวัดเปอร์เซ็นต์ความแก่ของถั่ว สังเกตุที่ลักษณะฝัก โดยจะไม่รับซื้อ “ถั่วข้อเดียว” (ฝักที่มีเมล็ดเดียว) สำหรับการขายแบบถั่วสด โดยรับซื้อตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไป และนำมาวัดเปอร์เซ็นต์ความแก่อีกครั้ง

สำหรับวิธีการดูถั่วที่ได้คุณภาพ (ราคาดี) ดูที่เปอร์เซ็นต์ความแก่ของถั่ว ต้องมีจำนวนฝักแก่ตั้งแต่ 55% ขึ้นไป ถึงจะได้ราคาดี การสังเกตด้วยตาเปล่าเมื่อแกะเปลือกถั่วออกมา ด้านในเปลือกต้องมี “ลายสีน้ำตาลหรือสีดำ” หากแกะแล้วด้านในยังเป็นสีขาว แสดงว่าเป็นถั่วอ่อน ซึ่งคำแนะนำสำหรับถั่วที่ไม่ได้ขนาดข้างต้น ถั่วข้อเดียว หรือถั่วที่เป็นโรค (เช่น ราสนิม) “อย่าทิ้ง” ให้เกษตรกรนำไปทำเป็น “ถั่วตากแห้ง” แล้วนำกลับมาขายใหม่ได้ ซึ่งทางจุดรับซื้อยังคงรับซื้ออยู่ โดยทางจุดรับซื้อยืนยันว่าจะรับซื้อไปเรื่อย ๆ จนกว่าผลผลิตถั่วในโซนแม่ฮ่องสอนจะหมด

อย่างไรก็ตามมีข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับเกษตรกร เนื่องจากถั่วในแต่ละพื้นที่ (ที่ลุ่ม/ที่ดอน) อาจแก่ไม่พร้อมกัน แนะนำให้ เลือกขุดเฉพาะส่วนที่แก่จัดมาขายก่อน เพื่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุดในรูปแบบถั่วสด เพราะราคาถั่วสดมักจะดีกว่าถั่วตากแห้ง



