เมื่อวันที่ 28 เม.ย. นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ ยื่นร้องเรียนต่อ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือ สำนักงาน กขค. เพื่อเอาผิดแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชื่อดัง โดยผู้ขายไม่สามารถเลือกบริษัทขนส่งได้ ต้องใช้บริการที่แพลตฟอร์มกำหนดไว้เพียงทางเลือกเดียว หลัง กขค. มีประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 69 โดยมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.ผ่านมา

ประกาศดังกล่าวเขียนไว้ชัดเจนใน ข้อ 3 ว่าห้ามการกระทำที่กีดกัน บังคับ หรือจำกัดสิทธิ ซึ่งนำไปสู่การผูกขาด หรือลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขัน และที่ชัดเจนที่สุดคือ ข้อ 4 (2) (ข) 1) ที่ระบุว่า การบังคับใช้บริการขนส่ง หรือการตั้งค่า Default ที่ผู้ขายไม่สามารถเปลี่ยนได้โดยสะดวก เป็น “พฤติกรรมต้องห้าม” โดยตรง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม แพลตฟอร์มยังคงใช้ระบบเดิมอย่างไม่เปลี่ยนแปลง

ทนายอนันต์ชัย ชี้ว่า พฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายต้องห้ามตามข้อ 4 (2)(ข) 1) อย่างชัดเจน และเป็นการก่อให้เกิดการผูกขาด หรือลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขัน อีกทั้งยังเป็นการฝ่าฝืนข้อ 3 ของประกาศ สำนักงาน กขค. โดยตรง ยิ่งไปกว่านั้น ยังอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 หลายมาตรา ได้แก่ มาตรา 50, 54, 55, 57 และ 58 ซึ่งมีโทษ ตามมาตรา 72 จำคุกไม่เกินสองปี ปรับไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด หรือทั้งจำทั้งปรับ

เสียงจากผู้ประกอบการสะท้อนตรงกัน ต้นทุนเพิ่ม ควบคุมไม่ได้ ลูกค้าเลือกไม่ได้ ขณะที่ผู้ให้บริการรายอื่นถูกกันออกจากตลาดตั้งแต่ต้น สถานการณ์นี้จึงไม่ใช่แค่ปัญหาธุรกิจ แต่เป็นคำถามใหญ่ต่อระบบกฎหมายไทยว่า เมื่อประกาศลงราชกิจจาฯ แล้ว เหตุใดจึงยังไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมในตลาดได้ และคำตอบสุดท้ายอาจอยู่ที่ สำนักงาน กขค. ว่าจะใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หรือปล่อยให้การผูกขาดดำเนินต่อไป

ด้าน สำนักงาน กขค. ออกประกาศ “ไกด์ไลน์ E-Commerce” เพื่อกำกับดูแลพฤติกรรมทางการค้าของผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบ Multi-sided Platform โดยมีผลบังคับใช้ทันที หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยระบุว่า แนวทางดังกล่าวอ้างอิงตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 เพื่อใช้พิจารณาการกระทำที่อาจเข้าข่ายไม่เป็นธรรม หรือจำกัดการแข่งขัน

สาระสำคัญแบ่งเป็น 2 ด้าน ได้แก่ ด้านราคา ห้ามกำหนดราคาเลียนแบบคู่แข่ง การเลือกปฏิบัติด้านราคาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่เป็นภาระเกินควรโดยไม่แจ้งล่วงหน้า

ส่วนด้านพฤติกรรมอื่น ห้ามใช้ระบบอัลกอริทึมกีดกันการมองเห็นสินค้า เอื้อประโยชน์ให้บริการของตนเอง หรือบังคับให้ผู้ค้าต้องใช้บริการที่แพลตฟอร์มกำหนด

ทั้งนี้ หากเข้าข่ายความผิด จะมีโทษทั้งทางอาญาและโทษปรับทางปกครอง โดย สำนักงาน กขค. ย้ำจะพิจารณาเป็นรายกรณีอย่างรอบด้าน.