เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ รามสวัสดิ์ ผกก.สภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่ากลางดึกที่ผ่านมา รับแจ้งเหตุฆ่ากันตาย ที่บ้านเช่าใกล้แพปลาหน้าโรงพยาบาลสิชล หมู่ 5 ต.สิชล อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พบเป็นห้องแถวให้เช่าติดกัน 4 ห้อง บริเวณใต้ต้นมะขามด้านหน้าพบศพ นายสมจินต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ชาว อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช สภาพถูกรถจักรยานยนต์ทับ เพลิงกำลังลุกไหม้ทั้งคนทั้งรถ จนเกรียมดำเป็นตอตะโก โดยมีแคร่ไม้ไผ่เป็นเชื้อเพลิงสุมอีกทีเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ไม่สามารถตรวจสอบบาดแผลได้เนื่องจากถูกเพลิงไหม้เกรียม จึงนำศพส่งชันสูตร หาสาเหตุการตายอีกครั้ง

ที่เกิดเหตุยังพบ นายตูยะ อายุ 22 ปี ลูกจ้างเรือประมงชาวมอญ เช่าห้องอยู่กับพ่อแม่ อยู่ในอาการคลุ้มคลั่งหนีขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังคาบ้านอย่างสบายใจเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่นำกำลังปิดล้อมเกลี้ยกล่อมจนสามารถจับกุมตัวเอาไว้ได้อย่างทุลักทุเล พร้อมของกลางค้อนเหล็กด้ามไม้เปื้อนเลือด 1 อัน มีดปลายแหลมขนาดเล็ก 1 เล่ม จึงนำตัวพร้อมของกลางมาสอบสวน

พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เปิดเผยอีกว่า สอบสวนนายตูยะ เบื้องต้นให้การว่า เกิดในเมืองไทยมีครอบครัวอยู่ในเมืองไทย มาทำอาชีพออกเรือประมง เช่าบ้านอยู่กับพ่อแม่ และติดยาเสพติดอย่างหนักจนเคยเกิดอาการประสาทหลอนคลุ้มคลั่งจนญาติแจ้งตำรวจมาระงับเหตุ นำตัวเข้ารับการบำบัดแล้วหลายครั้ง ส่วนนายสมจินต์ ผู้ตาย เป็นลูกเรือประมงเหมือนกัน มีพฤติกรรมเสพและค้ายาเสพติด ก่อนเกิดเหตุขี่รถจักรยานยนต์ นำยาบ้ามาขายให้นายตูยะ 2 เม็ด โดยเข้าไปนั่งดูนายยะตู เสพในห้อง

จากนั้นไม่นานนายสมจินต์ จะกลับ เดินออกมาจากห้องจะขึ้นรถจักรยานยนต์ เป็นจังหวะที่นายตูยะ มีอาการประสาทหลอน อ้างว่าได้ยินเสียงคนกระซิบข้างหูให้ฆ่านายสมจินต์ จึงคว้าค้อนตรงเข้าไปทุบตีต้นคอหลายครั้งจนล้มคว่ำ ก่อนใช้มีดปลายแหลมแทงจนสิ้นใจตายคาที่ ซึ่งนายยะตู ยังอ้างอีกว่า หลังจากนั้นได้ยินเสียงกระซิบข้างหูอีกว่าให้นำศพไปเผาให้หมด จึงลากศพนายสมจินต์ ไปหน้าบ้านใช้แคร่เป็นเชื้อเพลิงจุดไฟเผาดังกล่าว แล้วปีนขึ้นไปนังบนหลังคาไม่รู้สึกอะไร จึงนำตัวพร้อมของกลางส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




