เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 พ.ค. ที่ห้องประชุมการะเกด ชั้น 3 โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในการประชุมรับฟังความคิดเห็นเพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่มีมูลค่าสูง (High Value & Sustainable Tourism) โดยมีปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายณัฐปคัลภ์ อัครวิชญ์ ผอ.ททท.พระนครศรีอยุธยา นายเรียงทองบาท มีพันธ์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา นายธนกฤต กิตติธรรมกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอยุธยา นางนลินี ด่านชัยวิจิตร ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการ หอการค้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน 120 คน เข้าร่วมการประชุม

สำหรับการประชุมในครั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมในการพัฒนาและยกระดับสินค้าและบริการที่สอดคล้องกับเกณฑ์ความยั่งยืนสากล สร้างการกระจายรายได้สู่ชุมชนควบคู่การรักษาสมดุลด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นการผลักดันให้จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก้าวสู่การเป็นเมืองต้นแบบด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน สามารถส่งต่อคุณค่าและสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมุ่งมั่นดำเนินงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล และแผนพัฒนาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่มีมูลค่าสูง (High Value & Sustainable Tourism) เริ่มต้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว เป็นเมืองมรดกโลก ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และโบราณสถานอันยิ่งใหญ่ มีวัดวาอารามสำคัญอยู่เป็นจำนวนมาก

จึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวมาร่วมกันแสดงความคิดเห็นในการพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มุ่งเน้นการยกระดับสู่มาตรฐานสากล (Smart Tourism) โดยชูจุดเด่นเมืองมรดกโลกและวัฒนธรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน “รถ-เรือ-ราง” เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว เน้นการอนุรักษ์ควบคู่กับการจัดการพื้นที่ที่ยั่งยืน ด้วยการปรับแนวคิดจากการขายสินค้า (Product-Centric) ไปสู่การตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยว (Demand Driven) การส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนเพื่อกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเฉพาะทาง อาทิ การท่องเที่ยวเชิงความเชื่อ (สายมูเตลู) และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health & Wellness) ตลอดจนการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกให้มีมาตรฐานรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มและการยกระดับความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวอย่างครบวงจร






