เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2569 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า วันนี้ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน เข้าข่ายมีพฤติการณ์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 (1) และตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ พ.ศ. 2561 ข้อ 8 ข้อ 17 ประกอบข้อ 27 หรือไม่ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 69 นายภัณฑิล ได้อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรประเด็นยาเสพติด โดยกล่าวหาเหมารวมพาดพิงถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในลักษณะที่ทำให้เข้าใจได้ว่า เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเสพยาและค้ายาเสพติด ซึ่งการอภิปรายดังกล่าว ป.ป.ช. สามารถเรียกพยานหลักฐานคือ รายงานการประชุมแบบชวเลขในวันดังกล่าว มาเป็นพยาน หลักฐาน ที่รับฟังได้ ต่อมา นายภัณฑิล ได้โพสต์ในเฟซบุ๊ก ชี้แจงขอโทษกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งจากความที่ปรากฏในสื่อต่าง ๆ คำอภิปรายดังกล่าวที่เหมารวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จึงไม่น่าใช่การกล่าวถ้อยคำใดในการแถลงข้อเท็จจริง ตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 124 แต่อาจเป็นการกล่าวข้อความฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงเกียรติคุณของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5782/2540 และแนวคำพิพากษาศาลฎีกาคดี คมจ.1/2564
นายเรืองไกร กล่าวว่า จึงมีเหตุอันควรขอให้ ป.ป.ช. ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 (1) ว่า การอภิปรายดังกล่าวของนายภัณฑิล ในฐานะ สส. เข้าข่ายมีพฤติการณ์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 (1) และตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ พ.ศ. 2561 ข้อ 8 ข้อ 17 ประกอบข้อ 27 หรือไม่ จึงขอให้ ป.ป.ช. เรียกบันทึกการประชุมสภาผู้แทนราษฎรแบบชวเลข ที่เกี่ยวข้องกับคำอภิปรายของนายภัณฑิล มาเป็นพยาน หลักฐาน รวมทั้งคัดสำเนาคำพิพากษาศาลฎีกาข้างต้นมาประกอบการพิจารณาด้วย



