เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 69 ที่ ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วย นายกฤช ศิลปชัย สส.ระยอง พรรคประชาชน พากลุ่มชาวบ้านผู้เสียหายจาก “เครือข่ายทวงคืนเงินคนตาย 9 จังหวัด” ประกอบไปด้วย บุรีรัมย์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ มหาสารคาม นครราชสีมา ระยอง อุดรธานี ศรีสะเกษ และอำนาจเจริญ มาแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อเอาผิดนายทะเบียนท้องถิ่นและคณะกรรมการสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ หลังปล่อยกิจการล้มละลาย ทุจริตภายใน จนชาวบ้านไม่ได้รับเงินค่าจัดการศพ มูลค่าความเสียหายรวมนับหมื่นล้านบาท

โดยตัวแทนผู้เสียหายจากจังหวัดนครราชสีมา ได้ถือรูปถ่ายของญาติที่เสียชีวิต พร้อมเปิดเผยว่า ย่าของตนเองเสียชีวิตมา 2 ปีแล้ว ด้วยโรคชรา ไม่เคยได้รับผลประโยชน์แม้แต่บาทเดียวทั้งที่ฝากเงินเข้าสมาคมไปหลักแสนบาท จนต้องไปยืมเงินคนอื่นมาทำพิธีฌาปนกิจศพ และตอนนี้ก็ต้องหาไปคืน พอไปติดตามทวงถามอ้างว่าสมาคมปิดไปแล้ว ไม่รู้จะตรวจสอบอย่างไร เพราะชาวบ้านไม่มีความรู้ เคยไปร้องที่ศาลากลางจังหวัด รวมถึงสถานีตำรวจใกล้บ้าน ก็ไม่มีความคืบหน้า ตอนนี้ตนเองเกิดความเครียด ไม่มีเงินมาจุนเจือครอบครัวจนพี่เขยตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง เพราะเครียดสะสม

ขณะที่ผู้เสียหายจากจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ตนต้องสู้กับปัญหานี้มากกว่า 4 ปี เจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยงานรู้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แต่ก็ไม่มีใครตรวจสอบ ผู้ว่าราชการทุกวันนี้ยังไม่มีคำสั่งชี้ชัดว่าหน่วยงานใดต้องมาดูแลเรื่องฌาปนกิจ จึงอยากมาขอความช่วยเหลือจาก พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) ให้ตรวจสอบโดยเฉพาะนายทะเบียน ที่เป็นผู้บริหารท้องถิ่น ว่าได้ดำเนินการตรวจสอบสมาคมต่างๆ ตามกฎหมายหรือไม่

ส่วนผู้เสียหายจากจังหวัดมหาสารคาม โดยเฉพาะอำเภอวาปีปทุม มีผู้ตกค้างไม่ได้รับเงินช่วยเหลือกว่า 480 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1,400 ล้านบาท เคยไปขอความช่วยเหลือจาก 5 หน่วยงานในจังหวัด แต่ไม่มีใครเข้ามาช่วยแก้ปัญหาอย่างจริงจัง จนรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

ทางด้าน สส.กฤช เป็นตัวแทนของชาวจังหวัดระยอง กล่าวว่า ปัญหาเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2565 มีอย่างน้อย 3 สมาคมที่ล่ม มูลค่าความเสียหายกว่าพันล้านบาท รวมยอดผู้เสียหายหลักหมื่นคน ซึ่งในจังหวัดยังไม่มีการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาที่ยังไม่มีการแก้ไขนี้ อาจเป็นเพราะระบบอุปถัมภ์ที่เป็นเครือข่ายภายในจังหวัด โดยเฉพาะนักการเมืองท้องถิ่นหรือนักการเมืองระดับชาติที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนายทะเบียน จนไม่มีการตรวจสอบ และปล่อยปละละเลยปัญหาจนเสียหายจำนวนมากให้กับประชาชน

ทั้งนี้ ผู้เสียหายทั้งหมดระบุว่า ที่ตัดสินใจมาร้องเรียนกับกองปราบปราม เพราะเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจสอบสวนกลาง หลังที่ผ่านมาไม่สามารถพึ่งพาหน่วยงานในพื้นที่ได้ พร้อมเตรียมยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการสวัสดิการสังคม และคณะกรรมาธิการด้านกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ตรวจสอบปัญหาดังกล่าวเพิ่มเติม

ด้านนายรณรงค์ ระบุว่า วันนี้ถือเป็นการทวงคืนความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิตและครอบครัว เพราะที่ผ่านมาแม้หลายสมาคมจะล่ม แต่กรรมการและนายทะเบียนซึ่งเป็นผู้บริหารท้องถิ่นกลับไม่ต้องรับผิดใด ๆ ทั้งที่จากการประเมินพบว่า ระบบฌาปนกิจสงเคราะห์ทั่วประเทศมีเงินหมุนเวียนรวมกันกว่า 70,000 ล้านบาท จึงอยากให้ตำรวจเร่งตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด.