เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ กระทรวงยุติธรรม นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด นำนายเอ (นามสมมุติ) นักธุรกิจหนุ่ม อายุ 30 ปี ผู้เสียหายถูกอาจารย์ไสยเวทชื่อดังใน จ.ลำพูน “อมมังกรแก้กรรม” เข้ายื่นหนังสือขอรับการคุ้มครองพยานเพื่อความปลอดภัย หลังเดินหน้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุที่กองบังคับการปราบปราม และคาดว่าพนักงานสอบสวนเตรียมจะขออนุมัติศาลออกหมายจับในเร็วๆ นี้ จึงเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย เพราะผู้ก่อเหตุมีลูกศิษย์จำนวนมากทุกสาขาอาชีพตั้งแต่ ดารา นักแสดง พิธีกร ข้าราชการทหาร ตำรวจ จึงประสงค์ร้องขอให้ทางกระทรวงยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ช่วยคุ้มครองพยาน โดยมี นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ในฐานะโฆษกกรมคุ้มครองสิทธิฯ นางบุญภาดา พึ่งบุญ ณ อยุธยา อรุณเบิกฟ้า ผอ.กองพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ นายปฐมพร โรจน์เรืองแสง นักวิชาการยุติธรรมชำนาญการ และนายชนะชัย วรรณษา ผอ.สำนักงานคุ้มครองพยาน ร่วมรับเรื่องร้องทุกข์

โดย นายเอ (นามสมมุติ) นักธุรกิจหนุ่มวัย 30 ปี ผู้เสียหายในคดี เล่าว่า หลังจากเป็นข่าวมันก็ค่อนข้างมีผลกระทบต่อจิตใจเราพอสมควร ตอนกลางคืนตนยังนอนร้องไห้กับแม่ ไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไรเลย ตนเคยคิดที่อยากจะฆ่าตัวตาย แต่เชื่อว่าหากทำไปแล้ว มันก็จะเป็นบ่วงกรรมให้ต้องกระทำซ้ำแบบนั้นไปถึง 500 ชาติ พอคิดได้เช่นนี้ ก็เลือกที่จะไม่ทำร้ายตัวเอง และนอกจากนี้ การที่ตนเลือกที่จะเปิดโปงข้อเท็จจริง ก็เพราะว่าอาจารย์คนนี้มีการเอาศาสตร์มาบังหน้า และเชื่อว่ามีการทำมาหลายครั้งแล้ว หากตนไม่ออกมาเริ่มพูดในวันนี้ เขาก็อาจไปก่อเหตุกับคนอื่นอีกได้ ตนอยากให้ดำเนินการอย่างถึงที่สุด เพราะเขาคือภัยสังคมแล้ว หากสำนักยังมีการเปิดให้บริการอยู่ และยังมีคนหลงเชื่อไปใช้บริการ ตนจึงขอเป็นคนสุดท้ายที่จะต้องถูกกระทำแบบนี้ ตนไม่อยากให้ใครต้องโดนแบบตนอีกแล้ว

ขณะที่ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เสริมว่า สถานะทางคดีล่าสุดทราบว่าทางพนักงานสอบสวนได้มีการเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อที่จะเอาผู้กระทำความผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม นอกจากผู้เสียหายรายนี้แล้ว ก็ยังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่ร้องทุกข์มายังตนให้รับทราบ มีทั้งหลักฐานที่เป็นคลิปเสียง ไหนจะพยานหลักฐานที่ผู้เสียหายถูกกระทำทางเพศนอกตัวอาคารอีกด้วย ตนจึงขอให้ผู้เสียหายคนอื่นๆ รีบเข้าแจ้งความ

นายเอกภพ เล่าว่า มีเคสหนึ่งซึ่งเป็นนักศึกษาชายอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ อาจารย์ได้เขียนชื่อเขาให้ไปแก้กรรม จากนั้นก็มีคนแปลกหน้ามาหาผู้เสียหายนักศึกษาชายรายนี้ที่บ้าน คล้ายมาคุกคาม มาบอกเขาว่า เจ้ากรรมนายเวรบอกให้ไปแก้กรรม เอาคนแก่ไปกราบขอขมา ซึ่งผู้เสียหายก็รู้สึกไม่โอเค กระทั่งผู้เสียหายนักศึกษาชายรายนี้ได้ตัดสินใจไปหาอาจารย์รายนี้ที่สำนัก เพื่อไปขอทราบข้อเท็จจริง ว่าทำไมคุณถึงให้คนมากราบไหว้เขาเยอะแยะ แต่อาจารย์รายนี้ก็บอกว่า ก็ทางผู้เสียหายเป็นเจ้ากรรมนายเวร อ้างว่าเห็นในนิมิต มีการบอกชื่อเพื่อนของผู้เสียหายถูกต้องด้วย เพราะทางอาจารย์มีการเอ่ยชื่อเพื่อนออกมา 3 ชื่อ ทางผู้เสียหายจึงไปทบทวนตัวเองว่าทำไมชื่อเพื่อนของตนนั้น ถึงปรากฏให้คนอื่นทราบได้ จึงไปเจอในหนังสือรุ่น เพราะมีชื่อเล่นปรากฏ เลยคาดว่าเขาอาจจะได้ข้อมูลมาจากสิ่งเหล่านี้ ซึ่งทางผู้เสียหายนักศึกษาชายก็ไม่โอเคเป็นอย่างมาก และเมื่อนักศึกษาชายรายนี้ไปพบที่สำนัก ก็มีลักษณะจะก่อเหตุคล้ายกับที่นายเอโดนเช่นกัน ซึ่งหลังจากนี้ตนจะได้นัดผู้เสียหายนักศึกษาชายรายนี้มาพูดคุยเรื่องรายละเอียดต่อไป

ด้านนายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ระบุว่า สำหรับเคสนี้ เราจะดูแลให้ผู้เสียหายใน 2 เรื่องหลัก คือ การเยียวยาผู้เสียหาย ซึ่งจะได้มีการรับเรื่องและคณะอนุกรรมการฯ จะได้พิจารณาโดยด่วนตามวาระ ส่วนอีกประการคือเรื่องการคุ้มครองพยานในคดี เพราะถ้าหากมีการประเมินแล้วพบว่าผู้เสียหายไม่ได้รับความปลอดภัย หรือสุ่มเสี่ยงจะเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เป็นการข่มขู่คุกคามพยาน เจ้าหน้าที่จะรีบให้การคุ้มครองทันที ขอให้ผู้เสียหายมั่นใจไม่ต้องเป็นกังวล

ทั้งนี้ จากเรื่องราวที่เกิดขึ้น ด้วยความที่ในสังคมปัจจุบันนี้มีผู้วิเศษเกิดขึ้นมากมาย และอาจฉกฉวยโอกาสมากระทำความผิดในเรื่องเพศนั้น ตนอยากให้ทุกท่านที่กำลังทุกข์ทางใจ และเข้าหาผู้วิเศษเหล่านี้ ต้องตั้งสติทุกครั้ง เพราะบางทีอาจมีเรื่องสุ่มเสี่ยงถูกล่วงละเมิดได้ จึงขอให้ท่านพึงระลึก และตระหนักว่าสถานการณ์ที่อยู่ในตอนนั้นมันเข้าข่ายจะเกิดเหตุการณ์ไม่ดีหรือไม่ อีกทั้งต้องยอมรับว่า ผู้เสียหายมักจะไม่กล้าเปิดเผยเรื่องราว เพราะด้วยความหวาดกลัว และตนต้องขอบคุณอีกหลากหลายท่าน ที่กล้าออกมาเปิดโปง เพื่อเป็นการป้องปรามให้สาธารณชนได้รับรู้ ว่ามันมีเหตุการณ์เช่นนี้อยู่ จะได้ออกมาเตือนสังคมให้ระวังมากขึ้น

ด้าน นายชนะชัย วรรณษา ผอ.สำนักงานคุ้มครองพยาน กล่าวว่า กรณีที่ผู้เสียหายมีความเป็นกังวล สำนักงานคุ้มครองพยาน จะไม่ปล่อยให้เกิดการข่มขู่คุกคามเกิดขึ้นกับตัวผู้เสียหายอย่างแน่นอน โดยเราจะประสานกับตำรวจท้องที่ที่พักอาศัยของผู้เสียหาย เพื่อจัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ช่วยดูแลความปลอดภัย ส่วนในเรื่องของการดำเนินคดี เราจะได้ประสานกับพนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนเพื่อพิจารณาเรื่องการไม่ให้ประกันตัวผู้ต้องหาด้วย และนอกจากนี้ ก็จะได้ดูแลเรื่อง พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559) ให้ด้วย