เวลามีอุบัติเหตุ สิ่งที่หลายคนกังวลไม่ใช่แค่รถพัง แต่คือ “ต้องทำยังไงต่อ” เพราะขั้นตอนเคลมถ้าไม่เข้าใจ อาจทำให้เสียเวลา หรือเสียสิทธ์โดยไม่รู้ตัว มาอ่านกันใครเคลียร์!
เคลมประกันรถยนต์ คืออะไร?
เคลมประกันรถยนต์ คือการแจ้งบริษัทประกันเพื่อขอรับความคุ้มครอง เมื่อรถเกิดความเสียหายจากอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ที่อยู่ในเงื่อนไขกรมธรรม์ พูดให้เข้าใจง่ายคือ เมื่อเกิดเหตุแล้ว คุณไม่ได้ต้องจ่ายค่าซ่อมเองทั้งหมด แต่ให้บริษัทประกันเข้ามารับผิดชอบตามข้อตกลงที่ทำไว้
ประเภทการเคลมประกันรถยนต์
โดยทั่วไป การเคลมประกันรถยนต์แบ่งออกเป็น 2 แบบหลัก ซึ่งต่างกันที่ “ช่วงเวลาที่แจ้งเคลม” และ “ลักษณะเหตุการณ์”
เคลมสด
คือเคลมประกันรถยนต์ทันทีหลังเกิดเหตุ เช่น ชนกันบนถนน หรือเกิดอุบัติเหตุแล้วมีคู่กรณี คุณต้องแจ้งบริษัทประกันให้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ ณ จุดเกิดเหตุ เพื่อประเมินความเสียหายและบันทึกข้อมูล ซึ่งช่วยให้เคลมได้ชัดเจนและลดปัญหาภายหลัง
เคลมแห้ง
คือการแจ้งเคลมประกันรถยนต์ภายหลัง เช่น รถเป็นรอยโดยไม่รู้ว่าเกิดตอนไหน หรือไม่มีคู่กรณี ในกรณีนี้ คุณสามารถแจ้งเคลมทีหลังได้ แต่ต้องอยู่ในระยะเวลาที่บริษัทกำหนด และบางกรณีอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น ค่าเสียหายส่วนแรก
ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์
การเคลมประกันรถยนต์เมื่อเกิดเหตุ สิ่งสำคัญคือทำให้ถูกลำดับ เพื่อลดความยุ่งยากตอนเคลมรถยนต์
- ตั้งสติและตรวจสอบความปลอดภัย เช็กตัวเองและคนในรถก่อนเป็นอันดับแรก หากมีผู้บาดเจ็บควรรีบขอความช่วยเหลือ
- บันทึกหลักฐานหน้างาน ถ่ายรูปความเสียหาย ป้ายทะเบียน และสภาพแวดล้อม เพื่อใช้ประกอบการเคลม
- ติดต่อบริษัทประกันทันที แจ้งเหตุเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้ามาดูหน้างาน (ในกรณีเคลมสด) หรือ VDO Call เพื่อรับแจ้งเคลม (ในกรณีเคลมออนไลน์)
- ให้ข้อมูลตามความจริง อธิบายเหตุการณ์ตามที่เกิดขึ้น เพื่อให้การพิจารณาเคลมเป็นไปอย่างถูกต้อง
- รับเอกสารเคลมและนำรถเข้าซ่อม หลังจากประเมินแล้ว จะมีเอกสารหรือใบเคลมประกันรถยนต์เพื่อนำไปใช้ซ่อมตามแผนที่เลือก
เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการเคลม
การเตรียมเอกสารเคลมประกันรถยนต์ให้ครบ จะช่วยให้ขั้นตอนเคลมประกันรถยนต์ เร็วและไม่ติดปัญหา ส่งเคลมได้แบบราบรื่น
- สำเนากรมธรรม์ประกันภัย ใช้ยืนยันสิทธ์ความคุ้มครองของคุณ
- สำเนาใบขับขี่ของผู้ขับขณะเกิดเหตุ เพื่อยืนยันตัวตนและสิทธ์ในการขับขี่
- สำเนาทะเบียนรถ ใช้ยืนยันข้อมูลรถที่เอาประกัน
- บัตรประชาชนของผู้เอาประกัน สำหรับยืนยันตัวตนในการดำเนินเรื่อง
- เอกสารหรือรูปถ่ายประกอบเหตุการณ์ เช่น ภาพความเสียหาย หรือข้อมูลคู่กรณี (ถ้ามี)
สาเหตุที่ทำให้อาจจะเคลมประกันไม่ได้
หลายคนเข้าใจว่ามีประกันแล้ว “เคลมได้ทุกกรณี” แต่จริง ๆ แล้วมีเงื่อนไขบางอย่างที่ถ้าพลาด อาจทำให้เคลมประกันรถยนต์ไม่ได้หรือโดนปฏิเสธได้ทันที
- แจ้งเคลมล่าช้าเกินกำหนด โดยเฉพาะเคลมแห้ง หากแจ้งช้าเกินไป อาจถูกปฏิเสธสิทธ์ได้
- ไม่มีหลักฐานยืนยันเหตุการณ์ เช่น ไม่มีรูปถ่าย ไม่มีข้อมูลคู่กรณี ทำให้บริษัทประเมินเหตุการณ์ไม่ได้
- เหตุการณ์ไม่อยู่ในความคุ้มครอง เช่น ความเสียหายที่อยู่นอกเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือไม่ได้ระบุไว้ในแผนที่ซื้อ
- ให้ข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริง หากตรวจพบว่าข้อมูลไม่ตรง อาจถูกปฏิเสธการเคลมได้ทันที
- ผู้ขับขี่ไม่มีใบขับขี่ หรือไม่ตรงตามเงื่อนไข เช่น คนขับไม่ใช่ผู้ที่ระบุไว้ หรือไม่มีใบขับขี่ที่ถูกต้อง
- ดัดแปลงสภาพรถโดยไม่แจ้งบริษัทประกัน หากมีการแต่งรถเพิ่มเติมแล้วไม่ได้แจ้ง อาจส่งผลต่อการพิจารณาเคลม
FAQ คำถามที่พบบ่อย
คำถามส่วนใหญ่เกี่ยวกับการเคลมประกันรถยนต์ มักจะเป็นเรื่อง “ค่าใช้จ่ายแฝง” ที่หลายคนไม่แน่ใจว่าต้องจ่ายหรือไม่
ค่าเสียหายส่วนแรกคืออะไร?
คือจำนวนเงินที่ผู้เอาประกันต้องจ่ายเองในบางกรณี เช่น เคลมแบบไม่มีคู่กรณี สรุปคือ ประกันช่วยจ่ายส่วนใหญ่ แต่คุณต้องร่วมรับผิดชอบบางส่วน
ค่าเสียหายส่วนแรก Deductible กับ Excess ต่างกันอย่างไร?
Deductible: คือค่าเสียหายส่วนแรกที่เรา “เลือก” ระบุในกรมธรรม์เพื่อลดค่าเบี้ย จะจ่ายก็ต่อเมื่อเราเป็นฝ่ายผิด
Excess: คือค่าเสียหายส่วนแรก “ภาคบังคับ” 1,000 บาท กรณีเคลมแบบระบุคู่กรณีไม่ได้ หรือเหตุการณ์ไม่ชัดเจน
การเคลมมีค่าใช้จ่ายไหม
ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแผนประกัน หากเป็นเคสที่อยู่ในความคุ้มครองเต็ม อาจไม่ต้องจ่ายเพิ่ม แต่บางกรณี เช่น ไม่มีคู่กรณี หรือมีค่า Excess ก็อาจมีค่าใช้จ่ายบางส่วน สรุปคือ เคลมได้ไม่ได้แปลว่าฟรีเสมอ ต้องดูเงื่อนไขของแผนที่คุณเลือก



