สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ว่า บริษัท 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงเอ็กซอนโมบิล ทราฟิกูรา และมาราธอน ปิโตรเลียม คอมปานี ยืมน้ำมันดิบเพียงประมาณ 58% ของปริมาณ 92.5 ล้านบาร์เรลที่กระทรวงพลังงานสหรัฐ เสนอให้ปล่อยออกจากเอสพีอาร์เมื่อเดือนที่แล้ว
ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีนี้ กระทรวงพลังงานสหรัฐได้จัดสรรน้ำมันจากเอสพีอาร์ไปแล้วประมาณ 80 ล้านบาร์เรล โดยมีเป้าหมายที่จะปล่อยน้ำมันดิบทั้งหมด 172 ล้านบาร์เรล
อย่างไรก็ตาม สหรัฐตกลงที่จะปล่อยน้ำมันปริมาณมากกว่านั้นในเดือน มี.ค. ตามข้อตกลงกับประเทศต่าง ๆ มากกว่า 30 ประเทศ ในองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) เพื่อปล่อยน้ำมันประมาณ 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นความพยายามบรรเทาราคาน้ำมันและเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ
The Trump administration said on Monday it will loan energy companies 53.3 million barrels of crude from the U.S. Strategic Petroleum Reserve as part of a global agreement to calm oil markets that have spiked on the U.S.-Israeli war with Iran. https://t.co/pQTa49uxCv
— NEWSMAX (@NEWSMAX) May 12, 2026
ด้านนายฟาตีห์ บิรอล กรรมการบริหารของไออีเอ กล่าวเมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมาว่า สงครามในตะวันออกกลางก่อให้เกิดวิกฤติพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งหากภาวะอุปทานชะงักงันจากสงครามยังดำเนินต่อไป ไออีเอก็พร้อมที่จะปล่อยน้ำมันเพิ่มเติมจากเอสพีอาร์ และจนถึงขณะนี้ ประเทศสมาชิกไออีเอ ปล่อยน้ำมันออกมาแล้ว 20% จากคลังสำรองน้ำมันที่มีอยู่
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานสหรัฐ จะให้ยืมน้ำมันจากเอสพีอาร์แก่บริษัทต่าง ๆ ที่จะชำระคืนเป็น “น้ำมันดิบ” พร้อมส่วนต่างราคาสูงถึง 24% และระบุว่า ระบบดังกล่าวจะช่วยรักษาเสถียรภาพของตลาด โดยไม่เป็นภาระต่อผู้เสียภาษีชาวอเมริกัน.
เครดิตภาพ : REUTERS



