เมื่อวันที่ 13 พ.ค. นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ “หมอเจด” ให้ความรู้เรื่องสุขภาพ ระบุว่า “ก็แค่ขี้ลืมนิดหน่อยเอง อายุเยอะก็เป็นกัน” ประโยคนี้ผมได้ยินบ่อยมากครับ แต่ความจริงคือ “การลืมเล็ก ๆ น้อย ๆ” ในบางคน อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของสมองเสื่อมโดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะสมองเสื่อมระยะแรกไม่ได้มาแบบชัดเจน แต่มาแบบเนียน ๆ จนหลายคนชะล่าใจ ถ้าพ่อแม่ หรือคนใกล้ตัวเราเริ่มมีอาการแบบนี้ แสดงว่าสมองอาจเริ่มเสื่อมในระยะแรกแล้วครับ มาดูกันว่าอาการที่ว่านี้มีอะไรบ้าง

1 ลืมเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่จำเรื่องเก่าได้ดี

เช่น เพิ่งคุยกันเมื่อเช้า แต่จำไม่ได้ว่าคุยอะไร หรือถามคำถามเดิมซ้ำ ๆ ทั้งที่เพิ่งตอบไปไม่นาน อันนี้ต่างจากคนทั่วไปที่อาจลืมบ้าง แต่พอนึกจะพอนึกออก ในสมองเสื่อมจะลืมบ่อยขึ้นและถี่ขึ้นเรื่อย ๆ และมักต้องมีคนเตือนตลอด ทำให้การใช้ชีวิตเริ่มติดขัดมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

2 ลืมแล้ว “ไม่รู้ตัว” ว่าลืม

คนที่ขี้ลืมทั่วไป จะรู้ว่าตัวเองลืม เช่น ลืมกุญแจแล้วพยายามหา แต่ในภาวะสมองเสื่อม คนไข้มักจะไม่รู้ว่าลืม หรือมั่นใจว่าตัวเองจำถูก ทั้งที่จริงจำผิด ในบางคนอาจเริ่มเถียงก็มี หรือไม่ยอมรับเมื่อมีคนทัก ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในครอบครัวได้บ่อยขึ้น และเป็นสัญญาณสำคัญที่ต้องระวังครับ

3 วางของผิดที่แบบแปลก ๆ

เช่น เอากุญแจไปไว้ในตู้เย็น หรือเอาเงินไปเก็บในที่ที่ไม่ควรอยู่ แล้วหาของไม่เจอ และอาจเริ่มสงสัยว่าคนอื่นเอาไป ซึ่งต่างจากการลืมทั่วไปที่มักวางในที่เดิม ๆ อาการนี้สะท้อนว่าการเชื่อมโยงความคิดและความจำเริ่มผิดปกติ และมักเกิดถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ตามระยะของโรค

4 สับสนเวลา สถานที่ หรือเส้นทาง

เช่น เดินไปตลาดที่เคยไปประจำ แต่หลงทาง หรือจำวันที่ เวลา หรือสถานที่ผิด อันนี้เป็นสัญญาณว่า “การประมวลผลของสมองเริ่มมีปัญหา” บางคนอาจสับสนกลางวันกลางคืน หรือจำวันที่ผิดบ่อยขึ้น ซึ่งส่งผลต่อความปลอดภัย เช่น หลงทาง หรือกลับบ้านไม่ถูกในระยะต่อมา

5 ทำสิ่งที่เคยทำประจำไม่ได้

เช่น ทำอาหารสูตรเดิมไม่ได้ ลืมขั้นตอนง่าย ๆ หรือใช้ของใช้ประจำไม่ถูก ทั้งที่เคยทำได้คล่อง แสดงว่าสมองส่วนที่เกี่ยวกับการวางแผนและลำดับขั้นตอนเริ่มแย่ลง และอาจเริ่มต้องพึ่งพาคนอื่นมากขึ้นในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยที่เจ้าตัวเองอาจยังไม่รู้ตัวชัดเจน

6 อารมณ์และพฤติกรรมเปลี่ยนไป

บางคนจะหงุดหงิดง่ายขึ้น เงียบลง หรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น ไม่อยากเข้าสังคม หรือมีอารมณ์แปรปรวน ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของสมอง บางรายอาจมีอาการวิตกกังวล หรือซึมเศร้าร่วมด้วย ทำให้คนรอบข้างสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ

7 เริ่มมีปัญหาด้านภาษา

เช่น นึกคำไม่ออก พูดติด ๆ ขัด ๆ หรือใช้คำผิดบ่อยขึ้น ทำให้การสื่อสารลำบากขึ้น ซึ่งต่างจากการลืมคำชั่วคราวทั่วไป และบางคนอาจเริ่มเรียกชื่อสิ่งของผิด หรือพูดประโยคไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้การสื่อสารกับคนรอบตัวเริ่มมีปัญหาในชีวิตประจำวันมากขึ้น

สิ่งที่ช่วยชะลอสมองเสื่อมได้จริง

• ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ หรือเวทเบา ๆ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมอง และกระตุ้นการสร้างเซลล์สมองใหม่

• ฝึกใช้สมอง เช่น อ่านหนังสือ เล่นเกมฝึกสมอง หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ช่วยกระตุ้นการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาท

• นอนให้พอ อย่างน้อย 6–7 ชั่วโมง เพราะช่วงนอนคือเวลาที่สมองซ่อมแซมและจัดการของเสียในระบบประสาท

• กินอาหารที่ดีต่อสมอง เช่น ปลา (โอเมก้า-3) ถั่ว ผักใบเขียว และผลไม้ ช่วยลดการอักเสบและบำรุงเซลล์สมอง

• คุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมัน เพราะโรคเหล่านี้ทำให้หลอดเลือดสมองเสื่อมเร็วขึ้น

สรุปง่าย ๆ ครับ “ขี้ลืม” อาจไม่ใช่เรื่องเล็กเสมอไป ถ้ามีอาการผิดปกติแบบที่เล่าไป โดยเฉพาะเกิดบ่อยขึ้น หรือเริ่มกระทบชีวิตประจำวัน ควรพาไปตรวจให้ชัด เพราะยิ่งรู้เร็ว ยิ่งชะลอได้ครับ