ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงาน รวมถึงแผนเตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุขรองรับสถานการณ์อุทกภัย โดยมีนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายเอกชัย แก้วรัตนะ นายอำเภอหาดใหญ่ นายแพทย์ปพน ดีไชยเศรษฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา นายแพทย์วิโรจน์ โยมเมือง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหาดใหญ่ พร้อมด้วยคณะแพทย์ พยาบาล อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โรงพยาบาลหาดใหญ่สามารถฟื้นฟูระบบบริการทางการแพทย์ภายหลังได้รับผลกระทบจากอุทกภัยได้เร็วกว่าแผนที่กำหนดร้อยละ 20 อีกทั้งยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเงินช่วยเหลือจำนวน 100 ล้านบาท เพื่อใช้ปรับปรุงห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ระบบอาคาร ระบบสำรองไฟฟ้า ตลอดจนพัฒนาศูนย์ปลูกถ่ายไขกระดูก หอผู้ป่วยโลหิตวิทยา และหอผู้ป่วยมะเร็งเด็ก ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569

ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลหาดใหญ่ยังเร่งยกระดับระบบสนับสนุนเพื่อเพิ่มศักยภาพรองรับสถานการณ์อุทกภัย โดยตั้งเป้าดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569 ปัจจุบันการฟื้นฟูโครงสร้างอาคารมีความคืบหน้าประมาณร้อยละ 80 มีการยกระดับระบบไฟฟ้า ระบบประปา และระบบสื่อสารให้สูงกว่าระดับน้ำเดิม พร้อมประสานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจัดทำสายส่งพิเศษ (Express Line) เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน รวมถึงสำรองน้ำประปา น้ำบาดาล ก๊าซออกซิเจน และเครื่องปั่นไฟ เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินหากเกิดภัยพิบัติซ้ำ

ด้านระบบสื่อสาร โรงพยาบาลได้ร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายขยายสัญญาณและติดตั้งเสาส่งสัญญาณเพิ่มเติมภายในพื้นที่ พร้อมจัดเตรียมระบบวิทยุสื่อสารทางไกลเป็นแผนสำรอง เพื่อให้การประสานงานในภาวะวิกฤตเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การซ่อมแซมพื้นที่และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้รับความเสียหายมีความคืบหน้ากว่า 90% โดยเฉพาะห้องฉุกเฉิน (ER) ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุง ทั้งนี้ โรงพยาบาลตั้งเป้าหมายว่าหากเกิดภัยพิบัติอีกครั้ง จะสามารถกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน

นอกจากนี้ โรงพยาบาลหาดใหญ่ยังเดินหน้ายกระดับบริการทางการแพทย์สู่ความเป็นเลิศ ผ่าน 7 ศูนย์ความเชี่ยวชาญ ได้แก่ ศูนย์มะเร็ง ศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือด ศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง ศูนย์ทารกแรกเกิด ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน ศูนย์ผ่าตัดผ่านกล้อง และศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะ โดยเพิ่มเครื่องฉายรังสี (LINAC) และบริการฉายรังสีระยะใกล้ พร้อมนำนวัตกรรมการแพทย์อัจฉริยะมาพัฒนาศักยภาพการรักษา ตลอดจนผลักดันการพัฒนา Advanced Therapy Medicinal Products (ATMPs) ตามมาตรฐานสากล เพื่อรองรับงานวิจัยและการผลิตผลิตภัณฑ์บำบัดรักษาขั้นสูงในอนาคต

พร้อมกันนี้ โรงพยาบาลหาดใหญ่ยังมีแผนขยายศักยภาพผ่านโครงการก่อสร้าง “โรงพยาบาลหาดใหญ่ 2” บนพื้นที่บริจาคกว่า 130 ไร่ ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าพื้นที่เดิมประมาณ 3–4 เท่า โดยวางเป้าหมายให้เป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและความมั่นคงทางการแพทย์ของภาคใต้ รองรับทั้งประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวในอนาคต ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณารูปแบบการจัดบริการและกรอบงบประมาณให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนอย่างสูงสุด

ด้านนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จังหวัดสงขลาได้เร่งยกระดับแผนบริหารจัดการอุทกภัยในเขตเศรษฐกิจหาดใหญ่ โดยมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานด้านการระบายน้ำ ผ่านการขุดลอกคูคลองเชื่อมต่อระหว่างคลองระบายน้ำ ร.1 คลองอู่ตะเภา และทะเลสาบสงขลา เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลให้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมนำ “หาดใหญ่โมเดล” มาใช้บริหารจัดการพื้นที่ผ่านกลไก 103 ชุมชน แบ่งการดูแลออกเป็น 4 โซนหลัก ร่วมกับหน่วยงานทหาร เพื่อให้การช่วยเหลือและแผนอพยพประชาชนเป็นไปอย่างทั่วถึงและลดความสับสนในภาวะวิกฤต

ทั้งนี้ จังหวัดสงขลายังเน้นย้ำการเตรียมความพร้อมระดับครัวเรือน โดยขอความร่วมมือประชาชนจัดเตรียมเสบียงและปัจจัยจำเป็นให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างน้อย 3–5 วัน พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะด้านสาธารณสุข ซึ่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ได้จัดเตรียมแผนอพยพและระบบส่งต่อผู้ป่วยไว้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้การดูแลรักษาชีวิตประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอยอุทกภัยที่ผ่านมา