ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์ รายงานว่า ในวันที่ 14 พ.ค.2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม จะตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายให้แก่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) ซึ่งจะมีการเร่งผลักดันโครงการระยะเร่งด่วน(ควิกวิน) ตามนโยบายรัฐบาล แบ่งเป็น ควิกวิน : 1 เร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ให้สามารถเปิด ให้บริการได้โดยเร็ว โดยคำนึงถึงความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้าง ตามมาตรฐานทางวิศวกรรมอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน, ควิกวิน : 2 เร่งประกวดราคาโครงการที่ได้รับอนุมัติ หรือมีความพร้อม เพื่อให้เริ่มก่อสร้างโดยเร็ว และควิกวิน : 3 เร่งเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่ออนุมัติโครงการ

สำหรับโครงการของ กทพ. ที่ต้องเร่งรัดเสนอ ครม. หรือคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เพื่ออนุมัติโครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการทางพิเศษ(ด่วน) สายฉลองรัช – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันออก (ทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ หรือ N2 เดิม ช่วงเกษตร-นวมินทร์) ระยะทาง 6.67 กิโลเมตร(กม.) วงเงิน 13,666 ล้านบาท 2.โครงการทางด่วน สายศรีนครินทร์ – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะทาง 15.80 กม. วงเงิน 20,538 ล้านบาท และ 3.โครงการทางด่วนจังหวัดภูเก็ต ระยะ(เฟส) ที่ 2 ช่วงเมืองใหม่ – เกาะแก้ว – กะทู้ ระยะทาง 30.62 กม. วงเงิน 46,751 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันค่าอุปกรณ์ และวัสดุก่อสร้าง รวมถึงค่าขนส่งต่างๆ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น จึงได้ทบทวนวงเงินทั้ง 3 โครงการใหม่อีกครั้ง รวมถึงโครงการทางด่วนจังหวัดภูเก็ต เฟสที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง ระยะทาง 3.98 กม. วงเงิน 16,757 ล้านบาท ที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.ไปก่อนหน้านี้แล้ว และต้องปรับกรอบวงเงินใหม่เช่นกัน ซึ่งขณะนี้จัดทำแล้วเสร็จ โดยทุกโครงการปรับเพิ่มขึ้นจากวงเงินเดิมประมาณ 10%

กทพ. คาดว่าจะมีการเสนอปรับกรอบวงเงินโครงการทางด่วน N2 เดิม และโครงการทางด่วนจังหวัดภูเก็ต ทั้งเฟส 1 และ 2 ต่อที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) กทพ. พิจารณาในเดือน พ.ค.2569 ส่วนโครงการทางด่วน สายศรีนครินทร์-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะเสนอบอร์ด กทพ. พิจารณาในเดือน มิ.ย.2569 จากนั้นจะเสนอกระทรวงคมนาคม เพื่อรับฟังความคิดเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอน ก่อนเสนอที่ประชุม ครม. พิจารณาต่อไป

ขณะเดียวกัน กทพ. ยังอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย ระยะทาง 37.41 กม. วงเงิน 74,044 ล้านบาท ซึ่งคาดว่า กทพ. จะสามารถสรุปรูปแบบการร่วมลงทุน และทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) เสนอให้คณะกรรมการ(บอร์ด) กทพ. กระทรวงคมนาคม และครม. พิจารณาภายในปี 2570 นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางด่วนเชื่อมเกาะช้าง ระยะทาง 5.90 กม. วงเงินประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสรุปผลการศึกษาโครงการฯ ช่วงปลายปี 2569 หรือประมาณปี 2570 ก่อนเสนอกระทรวงคมนาคม และ ครม. พิจารณาอนุมัติโครงการฯ ในปี 2571



