กลายเป็นประเด็นดราม่าที่ทำเอาคนโดนกล่าวหาอย่าง “อิงฟ้า วราหะ” ถึงกับบ่นอุบว่าน้อยใจ เมื่อมีผู้ใช้บัญชี X รายหนึ่งออกมาโพสต์ฉะเดือดว่าเจอ อิงฟ้า เดินออกจากร้านอาหารพร้อมการ์ด และถูกการ์ดกางแขนกั้นไม่ให้เข้าห้องน้ำ โดยอ้างว่าดารากำลังจะเข้า จนเกิดเสียงวิจารณ์สนั่นถึงเรื่อง “อภิสิทธิ์ดารา” ที่เบียดเบียนสิทธิของประชาชนทั่วไป

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้มาจากโพสต์ที่กล่าวหาว่าอิงฟ้าและทีมงานกั้นห้องน้ำ ซึ่งอิงฟ้าได้ออกมาปฏิเสธทันทีว่าเป็นการเข้าใจผิดอย่างรุนแรง เพราะในวันเกิดเหตุเธอเพียงแค่ “ยืนรอลิฟต์” อยู่หน้าห้องน้ำ และไม่ได้เดินเข้าไปใช้บริการห้องน้ำตามที่ถูกกล่าวอ้างแต่อย่างใด
ล่าสุดในงาน “KAZZ AWARDS 2026” อิงฟ้า พร้อมด้วยคู่จิ้น “ชาล็อต ออสติน” ได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องนี้อีกครั้ง โดยระบุว่าทางผู้ใหญ่เสนอให้เช็กกล้องวงจรปิดเพื่อยืนยันความจริง แต่ตนมองว่าไม่จำเป็นต้องทำขนาดนั้น เพราะตนบริสุทธิ์ใจและมีพยานยืนยันชัดเจน โดยอิงฟ้าได้อธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นและสาเหตุที่ต้องมีการ์ดคุมเข้มเวลาไปงานอีเวนต์ว่า
“จริงๆ เคลียร์ไปหมดแล้ว มันก็น่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันแหละ ในจุดประสงค์และเจตนา ซึ่งตัวฟ้าเองจริงๆ เราไม่ได้เห็นเหตุการณ์ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่พอเกิดเรื่องที่เป็นเรื่องที่บานปลาย ทางผู้ใหญ่เขาก็มีการเช็กกับเรา ว่าอยากเช็กกล้องวงจรปิดไหม ถ้าเราอยากได้ข้อเท็จจริง ซึ่งเราก็รู้สึกว่ามันไม่จำเป็นต้องขนาดนั้นก็ได้ เขาก็กลัวเราจะเครียด เพราะว่าประเด็นมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จากแค่เรื่องห้องน้ำ มันไปเรื่อยๆ
จากเรื่องห้องน้ำมันกลายเป็นห้องใหญ่ และประเด็นก็คือหนูไม่ได้เข้าไง ก็คือโดยเนเจอร์ปกติ ประเด็นแรกที่มันเข้าใจผิดก็คือ เท่าที่ไปอ่านตอนแรกเนาะ ที่เราตื่นมาแล้วเรางง ก็คือไปแค่ทานข้าว ทำไมต้องมีการ์ด อันนี้คือประเด็นแรกที่เข้าใจผิด แล้วประเด็นที่สองก็คือ ห้องน้ำเป็นอภิสิทธิ์ของดาราใช่ไหม ไม่สามารถที่จะเข้าร่วมกันได้ใช่ไหม ซึ่งเราก็รู้สึกว่าประเด็นแรกที่เราต้องชี้แจงคือ วันนั้นเราไม่ได้ไปแค่ทานข้าว ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลของนักแสดงที่ไปวันนั้นคือเรามีอีเวนต์แล้วเราก็แวะทานข้าวเฉยๆ เพราะฉะนั้นคือถ้าชีวิตปกติ เราไม่จำเป็นต้องมีการ์ด ก็เจอฟ้าได้ทั่วๆ ไปปกติเลย แล้วเนเจอร์การเข้าห้องน้ำของเรา เราก็เข้าปกติ

แต่เราก็เข้าใจในการทำงานของพี่การ์ด เพราะว่าเวลาถ้ามีซาแซงขึ้นมา คนที่ต้องรับผิดชอบมันก็ต้องเป็นพี่การ์ด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ หนึ่งการแอบถ่ายในห้องน้ำ หรือว่าเรื่องของการประชิดตัวของศิลปิน เขาก็ทำหน้าที่ของเขาเต็มที่แต่ตัวฟ้าเองเวลาเราเจอแฟนคลับในห้องน้ำ บางคนก็มาขอถ่ายรูป ขอถ่ายติ๊กต็อก ถ้าเราไม่ปวดมากจนเกินไปก็ได้เลย
ที่ต้องออกมาอธิบาย เพราะชาวเน็ตบางคน อาจจะต้องเจอดาราแบบหนู ถ้าต้องการความจริง ก็ต้องรับความจริงกันให้ได้ แต่หนูแค่รู้สึกว่าปกติ หนูเจอเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ เกือบทุกวันอยู่แล้วแหละ แต่เราแทบจะไม่ค่อยตอบ เป็นคนที่ตอบยากมาก แล้วก็ใส่ใจน้อยมากๆ บางทีก็ปล่อยผ่านแต่ว่าเรื่องนี้มันเป็นประเด็นในวงกว้าง แล้วมันโดนไปถึงทีมงาน แล้วก็ลูกค้า ที่เขาก็ไม่สบายใจด้วย ที่ทำงานกับเราในวันนั้น ทางผู้ใหญ่ก็เป็นห่วงเราด้วย แล้วก็มีการอย่างที่บอกว่าประเด็นมันพลิกไปเรื่อยๆ มันก็ทำให้ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์เราได้ ถ้าเราไม่ออกมาปกป้องตัวเอง มันก็ไม่มีใครปกป้องเราได้นอกจากตัวเรา
ทั้งตัวพี่การ์ดและตัวบริษัทการ์ด เขาก็ออกมายืนยันในความบริสุทธิ์ใจ ว่าสิ่งที่เขาทำมันไม่ได้ทำให้ลำบากต่อการเข้าห้องน้ำขนาดนั้น ซึ่งสามารถที่จะเข้าได้ แต่อาจจะมีขอความกรุณาบางอย่าง ตัวฟ้าเองก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ก็ไม่สามารถตัดสินได้ อย่างที่บอกก็คือถ้าสมมุติเราข้องใจจริงๆ เขาก็ยินดีที่จะแบบ เฮ้ย ไปดูกล้องไหม จะได้รู้ว่าข้อเท็จจริงมันเกิดอะไรขึ้น ถ้าเราอยากได้ความจริง”

“ตัวฟ้าเอง ฟ้าไม่ได้ติดใจอะไรแล้วกับทางคนโพสต์ เราแค่ขอพื้นที่อธิบาย (หลังจากที่ออกมาอธิบาย มีการโยงไปถึงคนนั้นคนนี้?) คือหนูแค่รู้สึกว่าการชื่นชมใครมันเป็นสิ่งที่ดีมากๆ เพราะเราก็สนับสนุนในการที่คุณจะชมใคร เพียงแต่ว่าเราแค่รบกวนอยากให้ดูพื้นที่ตรงนั้น ว่ามันเหมือนเป็นการเปิดการมองเห็นของข้อความที่มันไม่ได้เป็นจริง ให้คนเห็นมากขึ้น แล้วตัวเราที่เป็นศิลปิน ที่เป็นชื่อเรา อิงฟ้า วราหะ ถ้าเราไม่ไปเทคแอ๊คชั่น แล้วใครจะมาเทคแทนเราล่ะ เพราะเราคือบุคคลที่เราโดนกล่าวหา แต่ก็อย่างว่ามันก็มีถูกใจ ไม่ถูกใจ แล้วแต่บางคน ถ้าเขาเลือกที่จะไม่เข้าใจ ก็ไม่มีวันเข้าใจ ก็สุดท้ายก็เลยต้องปล่อย
ตอนนี้มันไม่ได้มีแค่ด้อมกับด้อมแล้ว เราเห็นมีคนนอกที่เข้ามาซัพพอร์ตจุดตรงกลาง ว่า เฮ้ย ความถูกต้องมันคืออย่างนี้นะ ถ้าเรามองแบบไม่อคติ อันนี้มันก็ทำให้เรารู้สึกอุ่นใจขึ้นมา ว่ามันก็มีชาวเน็ตที่เข้าใจจริง ๆ เราลองมองแบบเอาความรู้สึกของศิลปิน-ศิลปินออกไปก่อน แล้วมองตรงกลางจริง ๆ มันก็ไม่ควร
แต่ว่าตัวฟ้าเอง ศิลปินไม่มีปัญหาอะไรกันหรอก เพราะว่าทุกครั้งที่เจอก็น่ารักและเฟรนด์ลี่กันอยู่แล้ว และฟ้าว่าการทำงานอยู่ในวงการ มันมีอะไรมากกว่านั้นที่เรารู้สึกว่า เฮ้ย การที่เราแคร์ความรู้สึกหรือการที่เรามีการเคลียร์กัน หรือพูดคุยกันมันดีที่สุดแล้ว เพราะเราก็อายุมากกว่า แล้วเราก็มองเขาเหมือนน้องคนหนึ่ง”

“ส่วนเรื่องที่คนโยงไปว่ามีนางงามคนอื่นเข้า แต่จับใจความได้ว่า เป็นเวทีนี้ต้องเป็นอิงฟ้าเท่านั้น เหมือนนึกไม่ออกบอกอิงฟ้า จริง ๆ ประโยคหน้านั้นแหละที่ทำให้หนูรู้สึกน้อยใจนิดหนึ่ง คือวันนั้นก็เหนื่อยงานมากแล้ว แล้วเราตื่นมา มันงงว่าโพสต์นั้นคือคนดูประมาณล้านกว่า แล้วเราก็เฮ้ย อะไรเนี่ย แล้วน้องๆ ทุกคนก็ วันนั้นที่เข้าก็คือจะมีมิเชล มีกชเบล แล้วก็มีชาล็อตด้วย ก็ทักมาหาว่าเราเทคแอ๊คชั่นตรงนี้กันยังไงดี ก็ไม่อยากให้คนเข้าใจผิด
แต่ว่าส่วนตัวฟ้า ฟ้าก็น้อยใจนิดหนึ่ง เขาใช้คำพูดที่เหมือนลักษณะประมาณว่า จริงๆ เห็นหลายคนที่เข้าห้องน้ำ แต่รู้จักคนเดียว ก็เลยเอ่ยชื่อเรา แต่เรายืนอยู่หน้าลิฟต์ คำถามคือเรื่องราวทั้งหมดตรงนี้ มันเกี่ยวอะไรกับหนู (หัวเราะ) ไม่เกี่ยว โอเค พอเหตุการณ์มันผ่านไปแล้ว มันก็ทำให้เราเห็นอะไรหลายอย่างเช่นเดียวกันค่ะ
(หลายคนรู้สึกว่า ไม่น่าจะมาพูดมาอธิบาย?) อันนี้สุดแต่ใจจะไขว่คว้าของแต่ละคนแล้ว ว่าอยากจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจ เราก็ถือว่าเราทำเต็มที่ในเหตุการณ์นี้แล้ว ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์คนหนึ่งแล้วกัน ที่เราออกมาเทคแอ๊คชั่นในทุกๆ เรื่อง แต่ว่าไม่ได้มีเจตนาประสงค์ที่จะโกรธจะเกลียดหรือจะอะไรใครอยู่แล้ว เราแค่มองจุดตรงกลาง แล้วก็ในความเหมาะสมของแต่ละเรื่องเท่านั้นเอง”
“คือบางงานเราก็ไม่มีการ์ด ถ้าไม่ใช่งานใหญ่จริง ๆ แต่ว่าอยากให้คนทั่วไปได้รู้ ว่าที่ศิลปินต้องมี เพราะว่างานบางงานมันมีจำนวนแฟนคลับค่อนข้างมาก และเราก็เจอซาแซงกันมาเยอะมาก ๆ ในระดับแบบว่าประชิด ขู่จะทำร้ายกันก็มี ซึ่งมันกันไว้ก่อนแก้แค่นั้นเอง”

“แต่เราเคยเจอซาแซงเคสที่หนักมาก ๆ ในห้องน้ำ เคยเจอที่เขากรีดข้อมือ คือเคสนั้นที่เรารู้สึกว่านั่นแหละ มันก็ทำให้ลูกค้าหรืออะไรเขาต้องรับผิดชอบกันตั้งแต่ต้น ก็ได้เคลียร์ แล้วก็หวังว่าน่าจะจบกันได้แล้ว ก็เตือนแฟนคลับของตัวเราเองด้วย ว่าไม่ใช้ถ้อยคำที่จะไปตอบโต้บุคคลอื่นด้วยคำหยาบคาย ซึ่งเราก็พยายามควบคุมแฟนคลับของเราด้วย”
“มีบ้างค่ะ ที่จะจัดการถ้าสมมุติว่ามีบางแอค ที่เราสามารถเจาะได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ภาพเรา ใช้เสียงเรา หรือว่ามีชื่อเรา อันนี้ก็เดี๋ยวได้เจอกันต่อหน้าแน่นอน ทางค่ายไม่ได้ฟ้อง แต่หนูนี่แหละจะฟ้อง ถ้ารอค่ายอะอาจจะใจเย็น อาจจะต้องเป็นเรา (เลือกคอมเมนต์เองด้วยไหม?) ก็มีแบบแฟนคลับ… บางทีหนูไม่เห็นหรอกเพราะเขาบล็อกไปบ้าง เขาก็ลบโพสต์กันบ้าง แต่บางทีมีแฟนคลับที่เขาแคปทัน ส่งลิงก์มาให้เราทัน”

ขอขอบคุณภาพจาก : fa_engfa8



