เมื่อเวลา 15.05 น. วันที่ 15 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วนการให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ. ที่รัฐสภามิได้ให้ความเห็นชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามมาตรา 147 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ จำนวน 34 ฉบับ ภายหลังเปิดให้สมาชิกอภิปรายแสดงความเห็นแล้ว
นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับสถาบันนิติบัญญัติ จึงเป็นที่มาของการยืนยันกฎหมายทั้ง 34 ฉบับ หากสังเกตให้ดีกฎหมายทั้ง 34 ฉบับ ผ่านมติ ครม.เพื่อยืนยันกฎหมาย 2 ครั้ง ครั้งแรกยืนยันที่ 31 ฉบับ วันที่ 5 พ.ค. และครั้งล่าสุดยืนยันกฎหมายอีก 3 ฉบับ เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา เหตุผลที่ทำแบบนี้เพื่อเว้นช่วงเวลา 1 สัปดาห์จากที่มีมติ ครม.ครั้งแรก ก่อนที่จะครบกำหนด 60 วันตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 147 ในวันที่ 12 พ.ค. ให้กับผู้ที่ประสงค์อยากจะยืนยันร่างกฎหมายของตัวเองต่อ ครม. เราพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ผ่านกระบวนการคิด รับฟังรอบด้าน
“โดยปกติที่ผ่านมา การยืนยันร่างกฎหมายของ ครม. ส่วนใหญ่แล้ว ครม.จะยืนยันกฎหมายเพียงเฉพาะที่เสนอโดย ครม. มีบ้างที่ยืนยันกฎหมายของ สส. แต่มีเงื่อนไขคือต้องมีร่างฯ ของ ครม.ประกบด้วย จึงจะยืนยัน ไม่ต้องพูดถึงร่างของภาคประชาชน วันนี้รัฐบาลให้ความสำคัญ จะเห็นว่ามีการยืนยันร่างฯ ของ ครม.มา 21 จาก 24 ฉบับ มี 12 ฉบับ เป็นร่างของ สส. และอีก 1 ฉบับเป็นร่างของภาคประชาชน รัฐบาลชุดนี้จริงใจต่อสภา เราหยิบยกร่างของ สส.ที่เห็นว่าสามารถขับเคลื่อนประเทศได้ และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน รวมถึงร่างของภาคประชาชน ถ้าเราไม่จริงใจ เราไม่ยืนยันกฎหมายเลยแม้แต่ฉบับเดียวก็ได้ ที่ผ่านมาก็เคยมีหลายรัฐบาลทำ” นายภราดร กล่าว
นายภราดร กล่าวต่อว่า ร่างกฎหมายของภาคประชาชน ที่มีการยืนยันเพียง 1 ฉบับจาก 6 ฉบับของสภาชุดที่แล้ว เพราะมีเพียง 1 ฉบับ ที่แสดงเจตจำนงที่ชัดเจนมายังรัฐบาล ส่วนที่เหลือนั้นไม่มีประชาชนที่แจ้งเจตจำนง ทำให้ไม่สามารถตัดสินใจแทนได้ แม้มี สว.ทำหนังสือถึงรัฐบาลให้ยืนยันร่างกฎหมายของประชาชน แต่เจตจำนงไม่ชัดเจนเหมือนกรณีของ น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาผู้บริโภค (ยืนยันกฎหมาย พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความบกพร่องของสินค้า เกี่ยวกับสิทธิในการขอซ่อมแซมสินค้าหรือคืนเงิน)
อย่างไรก็ดีตาม พ.ร.บ.เข้าชื่อเสนอกฎหมาย ยังมีเวลาให้ประชาชนยืนยันร่างกฎหมาย ภายใน 120 วัน และให้รัฐบาลทบทวน โดยมีเวลาสิ้นสุดคือวันที่ 12 ก.ค.นี้
นายภราดร ยังชี้แจงถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า รัฐบาล และพรรคภูมิใจไทย มีความจริงใจและมีเจตจำนงชัดเจนต่อการแก้รัฐธรรมนูญโดยเปิดช่องให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และตนได้หารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ว่า วันที่ 19 พ.ค.นี้ จะหารือในที่ประชุมพรรคภูมิใจไทย หากไม่มีเหตุขัดข้องจะให้ สส.ทั้ง 190 คนยื่นเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อรัฐสภาต่อไป เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนตามผลประชามติ 21.6 ล้านเสียง



