ภาพที่คุ้นตาของชาวสตูล ณ สนามกีฬากลางจังหวัด คือกลุ่มนักวิ่งหลากหลายวัย ตั้งแต่เยาวชนตัวน้อย ลมกรดรุ่นใหญ่ ไปจนถึงนักกรีฑาผู้สูงอายุที่กำลังเตรียมตัวเข้าแข่งขัน ทั้งหมดพากันวอร์มอัพร่างกายท่ามกลางร่มเงาไม้เล็ก ๆ รอบสนาม แต่ในบรรดานักวิ่งเหล่านั้น มีชายหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกจับตามองมากที่สุด เขาคือ “น้องฟาซี” หรือ อนุชา สง่าบ้านโคก ลมกรดดาวรุ่งที่เพิ่งประกาศศักดาบนลู่วิ่งระดับประเทศมาหมาด ๆ

ในการแข่งขันกรีฑา กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 41 “สุราษฎร์ธานีเกมส์” เมื่อวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา “อนุชา” ในชุดแข่งขันสีน้ำเงินโชว์ฟอร์มดุอย่างต่อเนื่อง ในรายการวิ่ง 200 เมตรชาย รอบชิงชนะเลิศ เขาออกตัวจากบล็อกสตาร์ทด้วยความมั่นใจ ก่อนสับฝีเท้าเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกด้วยเวลา 21.54 วินาที คว้าเหรียญทองที่สองของตัวเองในทัวร์นาเมนต์นี้ไปครองอย่างยิ่งใหญ่ หลังจากก่อนหน้านั้นคว้าเหรียญทองประเภท 100 เมตรมาแล้ว

“ผมดีใจมากครับที่ทำผลงานได้ตามเป้า ตอนแรกตั้งเป้าไว้แค่ 1 ใน 3 เพราะคู่แข่งแต่ละจังหวัดซ้อมมาดีมาก โดยเฉพาะเพื่อนจากน่านที่วิ่งดีเหมือนกัน แต่พอได้ที่หนึ่งมาก็ภูมิใจครับ” อนุชา กล่าวด้วยรอยยิ้ม
     

ความสำเร็จที่แลกมาด้วย “วินัย” และ “รองเท้าคู่ใหม่”  กว่าจะมีวันนี้ เส้นทางของอนุชาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บที่พรากโอกาสสำคัญไปเมื่อปีที่แล้ว จนต้องใช้เวลาฟื้นฟูร่างกายเต็ม ๆ หนึ่งปี

“ผมต้องมีวินัยมากครับ ช่วงอยู่สตูลโค้ชจะให้พักช่วงเช้าและซ้อมหนักช่วงเย็น อะไรที่เสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บผมจะเลี่ยงหมด เพื่อเก็บตัวให้พร้อมที่สุดสำหรับรายการนี้”

นอกจากวินัยเหล็กแล้ว อนุชายังขอบคุณแรงใจสำคัญอย่าง ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ที่มอบงบประมาณสนับสนุนในการจัดซื้อรองเท้าคู่ใหม่ ซึ่งเขายอมรับว่า

“มันมีผลมากครับ อุปกรณ์ที่ดีช่วยให้ปฏิกิริยาการออกตัวและการวิ่งดีขึ้นเยอะเลย”

โค้ช รตท.ประเสริฐ ขุนอาวุธ ผู้ที่เห็นแววของอนุชามาตั้งแต่สมัยยังเป็นนักฟุตบอล และเริ่มมาชวนเข้าสู่วงการกรีฑาตอนเรียนที่เทคนิค เล่าถึงศิษย์รักคนนี้ว่า

“เขาพัฒนาเร็วมาก 3 ปีที่ผ่านมาเขามุ่งมั่นจริงๆ แม้ปีที่แล้วจะบาดเจ็บจนพลาดโอกาสไปแข่งที่ซาอุดีอาระเบีย แต่เขาก็ไม่ท้อ ล่าสุดเขาก็ได้รับคัดเลือกจากสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทยให้ไปเตรียมแข่ง U20 เยาวชนเอเชียที่ฮ่องกง ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้อันดับ 2 ในรอบคัดเลือก”

อย่างไรก็ตาม โค้ชประเสริฐยังคงย้ำเตือนเรื่องการวางตัว “ผมบอกเขาเสมอว่าต้องมีวินัย รับผิดชอบ และมีสัมมาคารวะ อย่าหลงระเริงกับแสงสีในเมืองกรุงเมื่อต้องไปเก็บตัว ให้ระลึกถึงกลุ่มนักวิ่งที่ซ้อมด้วยกันที่สตูลเสมอ”

แม้จะประสบความสำเร็จในระดับเยาวชนแห่งชาติ แต่อุปสรรคของทีมกรีฑาสตูลคือ “อุปกรณ์” ที่ยังขาดแคลน โดยเฉพาะบล็อกสตาร์ทระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในระดับสากล ซึ่งต้องการความแม่นยำสูงถึง 0.1 วินาที

แต่ด้วยแรงสนับสนุนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย และความใส่ใจจากผู้บริหารระดับจังหวัดที่กำลังเร่งจัดหาอุปกรณ์ฟิตเนสและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาให้ ทำให้ “อนุชา” และทีมนักวิ่งเมืองภูธรแห่งนี้ มีความหวังที่จะก้าวไปสู่ระดับทีมชาติชุดใหญ่ และเป้าหมายสูงสุดคือ “การคว้าเหรียญรางวัลในต่างประเทศ” เหมือนไอดอลในดวงใจอย่าง “พี่บิว ภูริพล”

อนุชา สง่าบ้านโคก ไม่ได้วิ่งเพื่อชัยชนะของตัวเองเท่านั้น แต่เขากำลังวิ่งเพื่อพิสูจน์ว่า เด็กภูธรจากจังหวัดเล็ก ๆ ก็สามารถก้าวไปยืนบนโพเดียมระดับเอเชียได้ หากมีหัวใจที่มุ่งมั่นและวินัยที่เข้มแข็ง