เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 17 พ.ค. ที่สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนรัฐบาล เข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาและพิธีสดุดีวีรชนพฤษภาประชาธรรม เนื่องในโอกาสครบรอบ 34 ปี เหตุการณ์พฤษภาประชาธรรม โดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล ประธานมูลนิธิพฤษภาประชาธรรม ผู้แทนพรรคการเมือง ประชาชน เข้าร่วมงาน
นายปริญญา กล่าวว่า วันนี้ครบรอบ 34 ปีของเหตุการณ์พฤษภาประชาธรรม จนถึงตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามีผู้เสียชีวิตเท่าไหร่ แต่เฉพาะศพที่มีรายงานที่โรงพยาบาลคือ 44 ศพ และยังมีคนไม่ได้กลับบ้านกว่า 500 คน เป็นตัวเลขความสูญเสียมากที่สุด อาจจะมากกว่าเหตุการณ์ 14 ต.ค.แน่นอน เพราะตัวเลขอยู่ที่ 70 กว่าคน เหตุที่เรามาเจอกันทุกวันที่ 17 พ.ค.ไม่ใช่แค่การรำลึกถึงวีรชน แต่มาเพื่อเรียนรู้ว่าความเห็นต่างจะไม่นำไปสู่ความสูญเสีย ไม่นำไปสู่การปราบปรามของรัฐบาลต่อไป เราเชื่อมั่นว่าเหตุการณ์นองเลือด การรัฐประหารล้มล้างรัฐธรรมนูญจะไม่เกิดขึ้น เราต้องการเห็นรัฐบาลที่โปร่งใสตรวจสอบได้ จนได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งถือเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน แต่เป็นที่น่าเสียดาย เพราะแม้ฉบับนี้จะมีจุดบกพร่องประการใด แต่กลับไม่ได้ใช้วิธีการที่ถูกต้องในการแก้ไข เพราะมีการรัฐประหารล้มล้างการปกครอง ถึง 2 ครั้งในปี 2549 และ 2557 และไม่ทราบว่าจะเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อไหร่ เท่ากับว่า 34 ปีที่ผ่านไปสูญเปล่า การสูญเสียชีวิตคนผ่านไปอย่างไม่มีความหมาย
นายปริญญา กล่าวว่า เชื่อว่าคนยังถวิลหารัฐบาลที่ประชาชนมีส่วนร่วม ต้องการรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ซึ่งในการประชามติเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 กว่า 65% เห็นควรให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาแทนฉบับปัจจุบัน ซึ่งมาจากการรัฐประหารในปี 2557 ตนอยากชวนทุกคนจินตนาการร่วมกันว่าหากไม่มีรัฐประหารในปี 2549 และปี 2557 ประเทศไทยก็จะยังใช้รัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ดังนั้นเมื่อจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็จะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 รายมาตราอยู่
“ดังนั้นในขั้นตอนการหารือในสภาจะมีผู้จัดทำฉบับใหม่มาหารือกัน แต่ตัวร่างรัฐธรรมนูญที่จะเอากลับมาใช้เป็นต้นร่างนั้น ขอให้ใช้ฉบับ 2540 หรือฉบับประชาชนมาแก้ไขเพิ่มเติม นี่คือเจตจำนงร่วมสมัย ไม่ว่าหลังปี 35 จะเกิดเหตุการณ์กี่ครั้งประการใดก็ตามแต่ความฝันของคนที่ลงท้องถนนและฝันเห็นประชาธิปไตยเหมือนกันคืออยากเห็นการเมืองที่ไม่เหมือนกับปี 2535 ซึ่งเราเคยทำสำเร็จมาแล้วประชาธิปไตยเคยชนะมาแล้วในปี 35 และได้รัฐธรรมนูญ 40” นายปริญญา กล่าว
นายปริญญา กล่าวอีกว่า ปีนี้เป็นการนับถอยหลังของการครบรอบ 35 ปี เหตุการณ์พฤษภาคม 35 ดังนั้น ปีหน้าจะมีการเปิดอนุสรณ์อย่างเป็นทางการเพื่อร่วมรำลึกเหตุการณ์ 35 ปี.



