เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.รุ่ง ทองมนต์ ผกก.ตม.จว.สระแก้ว พร้อมด้วย พ.ต.อ.วิสาขะ เพ็ชรเกษม ผกก.สภ.วังสมบูรณ์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.สระแก้ว และฝ่ายสืบสวน สภ.วังสมบูรณ์ ประสานงานกับทหาร กกล.บูรพา ร่วมกันวางแผนเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านพักไม่มีเลขที่ ในพื้นที่หมู่ 1 ต.วังใหม่ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว หลังได้รับสัญญาณแจ้งเหตุร้ายขอความช่วยเหลือผ่านแอปพลิเคชันไลน์จาก ว่าที่ พ.ต.ท.รวีศักดิ์ สุริยภักดิ์ สว.ศฝร.ตม. ช่วยราชการ ตม.จว.ปทุมธานี ว่ามีกลุ่มชาวจีนจำนวน 5 คน ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ กักขังหน่วงเหนี่ยว และเรียกรับเงินก้อนโตเพื่อแลกกับการปล่อยตัว
เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่ไปถึงพบบ้านหลังดังกล่าว มีกลุ่มบุคคลอยู่บริเวณหน้าบ้าน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวพร้อมชูบัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เพื่อขอเข้าตรวจค้น ทันทีที่กลุ่มชาวจีนเห็นเจ้าหน้าที่ ต่างพากันแสดงอาการดีใจอย่างมาก และกล่าวขอบคุณผ่านล่าม ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบกลุ่มผู้ต้องหานั่งคุมเชิงอยู่ข้างบ้าน ทราบชื่อต่อมาคือ ด.ต.ปภาวิน (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี สังกัด บก.ทล., ด.ต.วุฒิกรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี สังกัด สภ.คลองหาด ภ.จว.สระแก้ว, ด.ต.สมชาย (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี สังกัด สภ.คลองหาด ภ.จว.สระแก้ว, ด.ต.พิเชษฐ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี สังกัด สภ.บ้านแปลง ภ.จว.จันทบุรี และนายณัฏฐนันท์ (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี พลเรือนร่วมแก๊ง พร้อมด้วยของกลางอาวุธปืนพกกึ่งอัตโนมัติรวม 4 กระบอก กระสุนปืน 24 นัด และรถยนต์กระบะโตโยต้าอีก 2 คัน จึงควบคุมตัวไว้ทั้งหมด
จากการสอบสวนขยายผลผ่านล่ามแปลภาษา กลุ่มชาวจีนทั้ง 5 คน ให้การด้วยความตื่นตระหนกว่า พวกตนพร้อมคนขับรถนำพาชาวไทยอีก 1 คน ถูกกลุ่มผู้ต้องหาซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมในข้อหากระทำผิด พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ ตั้งแต่ช่วงเวลา 02.00 น. ของวันเดียวกัน แต่แทนที่กลุ่มตำรวจดังกล่าวจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย กลับคุมตัวพวกตนมาขังไว้ที่บ้านหลังนี้ จากนั้นลงมือใส่กุญแจมือและข่มขู่รีดเงินรายละ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 300,000 บาท รวมเป็นเงินกว่า 1.5 ล้านบาท เพื่อแลกกับอิสรภาพ
ทั้งนี้ ด้วยความกลัวว่าจะถูกทำร้าย ทำให้นายติง เจิ้ง เฟย และนายเหริน เต๋อ ชาวจีน 2 คนในกลุ่ม ตัดสินใจยอมโอนเงินดิจิทัลสกุลคริปโตให้กับกลุ่มผู้ต้องหาก่อน เป็นเงินคนละ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ รวมยอดโอนแรก 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 120,000 บาท ซึ่งมีหลักฐานสลิปการโอนเงินในโทรศัพท์มือถืออย่างชัดเจน นอกจากนี้ กลุ่มผู้เสียหายยังซัดทอดเพิ่มเติมว่า ต้องการให้ดำเนินคดีกับ ร.ต.อ. (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) อีก 1 ราย เนื่องจากเป็นผู้ร่วมขบวนการอุ้มรีด โดยรอดไปได้เพราะออกไปซื้ออาหารและเครื่องดื่มในช่วงที่เจ้าหน้าที่เข้าจู่โจม
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหากลุ่มดาบตำรวจ (ผู้ต้องหาที่ 1-4) ในข้อหา “ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น, ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจผู้อื่นให้มอบทรัพย์สิน และร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริต” ส่วนนายณัฏฐนันท์ ซึ่งเป็นพลเรือน ถูกแจ้งข้อหาเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิด อย่างไรก็ตาม ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งติดตามตัวนายตำรวจยศร้อยตำรวจเอกที่ยังหลบหนี มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



