สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ว่ากระทรวกลาโหมรัสเซียออกแถลงการณ์ ว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถยิงสกัดโดรนจากยูเครนได้ 556 ลำในช่วงคืนวันเสาร์ต่อเนื่องวันอาทิตย์ และสามารถทำลายเพิ่มได้อีก 30 ลำ ภายในอีกไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น


การสกัดกั้นครั้งมโหฬารนี้เกิดขึ้นครอบคลุมพื้นที่ 14 ภูมิภาคของรัสเซีย รวมถึงคาบสมุทรไครเมีย ทะเลดำ และทะเลอาซอฟ และพื้นที่รอบกรุงมอสโกซึ่งเป็นเมืองหลวง ถือเป็นหนึ่งในจุดที่ถูกโจมตีหนักที่สุด


การโจมตีที่เกิดขึ้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 รายในภูมิภาคมอสโก และอีก 1 รายในภูมิภาคเบลโกรอด นับเป็นหนึ่งในการโจมตีด้วยโดรนครั้งใหญ่ที่สุดของยูเครนที่มีต่อรัสเซีย นับตั้งแต่สงครามปะทุ เมื่อเดือนก.พ. 2565


การเปิดฉากถล่มรัสเซียครั้งใหญ่ของยูเครนในครั้งนี้ เกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า ดำเนินมาตรการตอบโต้ขั้นรุนแรง เพื่อล้างแค้นเหตุการณ์ที่รัสเซียโจมตีกรุงเคียฟจนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 24 ราย และบาดเจ็บอีกราว 50 คน เมื่อไม่นานมานี้


ปัจจุบัน ความพยายามทางการทูตเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนยังคงอยู่ในภาวะชะงักงัน และทั้งสองฝ่ายกลับมาเปิดฉากสาดอาวุธเข้าใส่กันทันที หลังครบข้อตกลงหยุดยิงระยะสั้น 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่รัสเซียเฉลิมฉลอง “วิกตอรี เดย์” หรือวันแห่งชัยชนะของกองทัพสหภาพโซเวียตเหนือกองทัพนาซีในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง.

เครดิตภาพ : REUTERS