เมื่อวันที่ 18 พ.ค. “ลุงโยชน์” หรือ นายโยชน์ สายน้อย อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ 7 ต.กันตวจระมวล อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ชายไทยที่เพิ่งได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำในประเทศกัมพูชา หลังถูกทหารกัมพูชาจับกุมในข้อหา ข้ามแดนโดยไม่ได้รับอนุญาต เปิดเผยเรื่องราวสะเทือนใจ พร้อมฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งช่วยเหลือคนไทยที่ยังตกค้างอยู่ในเรือนจำกัมพูชา

ลุงโยชน์ เล่าว่า ระหว่างถูกคุมขังได้พบกับคนไทยหลายรายที่ถูกหลอกไปทำงานในกัมพูชาก่อนถูกจับกุมและยังไม่สามารถกลับประเทศไทยได้ โดยทั้งหมดฝากความหวังผ่านตนเองให้ช่วยสื่อสารไปยังสังคมและหน่วยงานรัฐเพื่อขอความช่วยเหลือ

“เขาฝากบอกว่าอยากกลับบ้าน บางคนถูกหลอกไปทำงาน แต่สุดท้ายกลับต้องมาติดคุก ไม่มีใครมาช่วย” ลุงโยชน์กล่าวด้วยน้ำเสียงสะเทือนใจ

นอกจากนี้ ลุงโยชน์ ยังเล่าอีกว่า ระหว่างถูกคุมขัง เจ้าหน้าที่ผู้คุมยังได้ขอซื้อแว่นตาของตนในราคา 300 บาท หลังทดลองใส่แล้วเห็นว่ามองเห็นชัดดี ทำให้เขามีเงินเล็กน้อยไว้ใช้ซื้อของจำเป็นภายในเรือนจำ “ผมออกมาได้ แต่ยังมีคนไทยอีกหลายคนที่ยังรอความช่วยเหลือ อยากให้ช่วยพาพวกเขากลับบ้าน”

แม้จะได้รับอิสรภาพแล้ว แต่ภาพความเป็นอยู่ของคนไทยที่ยังติดอยู่ในเรือนจำกัมพูชายังคงติดอยู่ในความทรงจำของลุงโยชน์ โดยเฉพาะเสียงฝากความหวังที่ยังรอการช่วยเหลือ

ลุงโยชน์จึงขอวิงวอนผ่านสื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานด้านความมั่นคง เร่งตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงไปทำงานในต่างประเทศ และยังถูกคุมขังอยู่ในขณะนี้.