เมื่อวันที่ 18 พ.ค. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. สั่งการให้ พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. และ พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังเจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุมตัว นายบาส อายุ 26 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชุมพรในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” โดยจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อช่วงต้นปี 2568 ผู้เสียหาย ได้เล่นแอปพลิเคชัน “TikTok” แล้วไปเจอโฆษณาชักชวนลงทุนขายสินค้าออนไลน์เพื่อหารายได้พิเศษอ้างรายได้ดี กำไรสูง จึงหลงเชื่อแอดไลน์เข้าไปพูดคุย โดยมีมิจฉาชีพใช้ชื่อบัญชีว่า “พิชิต” เป็นคนเจรจา หว่านล้อมให้ร่วมลงทุนกดสั่งซื้อสินค้าออนไลน์เพื่อเพิ่มยอดขายให้ร้านค้า แลกกับผลกำไรและค่าคอมมิชชัน
จากนั้นคนร้ายได้ส่งลิงก์เว็บไซต์ปลอม tkmall.fit ซึ่งทำระบบเลียนแบบแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าจริง มีทั้งรูปสินค้าและยอดเงินปันผลแสดงโชว์ จนผู้เสียหายหลงเชื่อ ถูกหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีของกลุ่มคนร้ายหลายบัญชี ไปถึง 15 ครั้ง ผ่าน 14 บัญชี รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 525,043 บาท แต่เมื่อจะถอนเงินออก คนร้ายกลับอ้างเหตุผลต่าง ๆ นานา ว่าระบบขัดข้อง ต้องโอนเงินเพิ่มเพื่อปลดล็อกระบบ รวมถึงแสดงยอดกำไรและยอดเงินปลอม สุดท้ายเหยื่อรู้ตัวว่าถูกหลอกจึงเข้าแจ้งความดำเนินคดี
ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนรับแจ้งจากสายลับว่า นายบาส ซึ่งเป็นสาวประเภทสองและเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีดังกล่าว กำลังเดินทางเข้ากรุงเทพฯ จึงนำกำลังไปจับกุมตัวไว้ได้
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายบาส ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่า เมื่อปี 2567 มีเพื่อนมายืมบัญชีธนาคารและโทรศัพท์มือถือไปใช้ ซึ่งตนมีมือถือ 2 เครื่อง โดยให้ค่าตอบแทน 1,000 บาท โดยยืมไป 1 วันก่อนนำมือถือมาคืน ก่อนมาทราบว่าบัญชีถูกอายัดไปแล้ว
จากการตรวจสอบประวัติย้อนหลังพบว่า ผู้ต้องหารายนี้เคยต้องโทษในคดีลักษณะเดียวกันนี้มาก่อนที่ศาลจังหวัดธัญบุรี จึงไม่ปักใจเชื่อคำให้การ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ตำรวจสอบสวนกลางฝากเตือนภัยมิจฉาชีพออนไลน์มักใช้กลอุบายล่อลวงด้วยผลตอบแทนที่สูงเกินจริงในระยะเวลาอันสั้น มีการสร้างรีวิวและตัวเลขกำไรปลอมมาหลอกให้ตายใจ ก่อนจะใช้มุก “โอนเพิ่มเพื่อปลดล็อก” จึงขอเตือนพ่อแม่พี่น้องประชาชน “ก่อนโอน! ควรตั้งสติ ตรวจสอบ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ”



