เมื่อเวลา 15.25 น. วันที่ 18 พ.ค.69 ที่ศาลาว่าการกทม.(เสาชิงช้า) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.
ไหว้สักการะพระพุทธนวราชบพิตร ภายในศาลาว่าการกทม. เป็นครั้งสุดท้าย ภายหลังลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก่อนหมดเวลาปฏิบัติหน้าที่ 17.00 น. โดยมีทีมบริหารรองผู้ว่าฯ คณะที่ปรึกษาฯ ร่วมสักการะ
นายชัชชาติ กล่าวว่า ที่มาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เวลานี้ไม่ได้มีฤกษ์อะไร เพียงแค่ต้องไหว้ก่อน 17.00 น. เพราะหากพ้นตำแหน่งแล้วตนต้องแลกบัตรเข้ามา

เมื่อถามว่าขอพรอะไรบ้าง นายชัชชาติ บอก
“ขอว่าให้สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ดีสำหรับประเทศชาติ ไม่ได้ขอพรว่าให้กลับมา แต่ขอว่าให้สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตเป็นสิ่งที่ดีสำหรับประเทศชาติ หากเรากลับมาแล้วดีก็ขอให้เกิดขึ้น แต่ถ้ากลับมาแล้วเกิดสิ่งไม่ดีก็อย่าให้เกิดขึ้น”
นายชัชชาติ ยังกล่าวอีกว่า ตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่งจนถึงวันนี้มองว่าเร็วมาก “ช่วงเวลาที่มีความสุขจะผ่านไปเร็ว”
ผู้สื่อข่าวถามถึงแรงบันดาลใจที่จะลงสมัยที่ 2 นายชัชชาติ ระบุว่า แรงบันดาลใจมาจากประชาชน การที่ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้นคือแรงบันดาลใจ ถ้าประชาชนพอใจถือว่าเป็นแรงบันดาลใจให้เราไปต่อ

นายชัชชาติ กล่าวว่า สมัยแรกเราแก้ปัญหาเส้นเลือดใหญ่ไปเยอะมากแต่คนอาจจะไม่ค่อยเห็น ทั้งเรื่องอุโมงค์ เรื่องรถไฟฟ้า ก็ถือว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ทั้งนั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นเราต้องทำคู่ขนานกันไปกับการแก้ปัญหาเส้นเลือดฝอยด้วย แต่ต้องพยายามเพิ่ม Productivity (ผลิตภาพ)ให้มากขึ้นรวมถึงการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเมืองให้แข็งแกร่งขึ้น ให้กทม. ยืนหยัดและเป็นเมืองที่สู้กับเมืองต่างๆทั่วโลกได้ ส่วนด้านเศรษฐกิจก็ต้องเข้มแข็งขึ้นเช่นกันเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี
นายชัชชาติ ยังเล่าอีกว่า อีกหนึ่งแรงบันดาลใจ
การลงสมัครตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2 มาจาก “แสนดี ลูกชาย” ที่บอกว่าให้สมัครต่อก่อนหัวเราะ แล้วบอกว่า ต้องเชื่อลูก

บรรยากาศภายในศาลาว่าการกทม. มีข้าราชการบางส่วนมารอส่งผู้ว่าฯชัชชาติ ที่บริเวณลานองค์พระ และบางส่วนโปช่มายืนโบกมือลาที่หน้าต่างอาคารศาลาว่าการ โดยนายชัชชาติโบกมือตอบสั้นๆ
จากนั้น นายชัชชาติได้ไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า) ประกอบด้วย ศาลพระภูมิ หลวงปู่มงคลประสาท และศาลจีน เจ้าพ่อเพ่งนั้มกิมไซ และได้พาสื่อมวลชนเข้าชมห้องทำงานหลังจากเก็บของเสร็จหมดแล้ว

ต่อมาเวลา 16.50 น. นายชัชชาติ ได้เดินทางออกจากศาลาว่าการกทม.เสาชิงช้า ท่ามกลางข้าราชบางส่วนที่มารอส่ง ก่อนจะระบุว่า เป็นวันปกติของการทำงานที่ต้องมีวันสุดท้าย จากไปด้วยความสุข ที่ผ่านมาเป็น 4 ปีที่สนุก เวลาผ่านไปเร็วมากเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ เชื่อว่าหากเราทำงานด้วยความสนุก ความหวัง เวลาก็จะผ่านไปเร็ว หวังว่าสิ่งที่ทำไปคงจะมีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนไม่มากก็น้อย อะไรที่ทำแล้วไม่ถูกใจก็ต้องขอโทษ ไม่ได้มีความคิดที่จะทำให้ใครเดือดร้อน แต่อยากให้เมืองดีขึ้น พัฒนาดีขึ้น ขอขอบคุณทุกคนที่ร่วมมือกัน เดินหน้าต่อไป
“ตอนนี้เป็นประชาชนเต็มขั้นแล้ว ขออนุญาตลาไปงานรับปริญญาแสนดี และจะกลับมาลุยต่อ”

ภายหลังสัมภาษณ์เสร็จสิ้น นายชัชชาติ และนายวิศณุ ทรัพย์สมพล ได้ใช้บริการจักรยานในโครงการ Bike Sharing เพื่อปั่นไปขึ้นรถไฟฟ้า MRT สถานีสามยอด โดยระบุว่า “ตอนนี้ไม่มีรถหลวงแล้ว ไว้เจอกันอีกนะ“ ก่อนจะหันมาโบกมือให้กับศาลาว่าการกทม.แล้วบอกว่า ”ไปก่อน ไม่มีเศร้า ชีวิตต้องสนุก“ .




