“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า วันนี้ ( 19 พ.ค. 2569 ) เวลา 10.30 น. การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) กำหนดจัดพิธีลงนามสัญญาจ้างก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยาย 2 สายวงเงินรวม 2 หมื่นล้านบาท ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

1) ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) ศูนย์รังสิต ระยะทาง 8.84 กม. วงเงิน 6.05 พันล้านบาท บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับจ้าง

2) ช่วงศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา และสถานีเพิ่มเติม 3 สถานี (สถานีพระราม 6 สถานีบางกรวย-กฟผ. และสถานีบ้านฉิมพลี) 20.05 กม. 1.47 หมื่นล้านบาท กิจการร่วมค้า ยูที ประกอบด้วย บริษัท ยูนิคฯ และบริษัท ทรัสตี้ คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้รับจ้าง

เบื้องต้นรฟท.จะพยายามออกหนังสือแจ้งให้เอกชนเริ่มงาน(NTP) ภายในเดือน มิ.ย.2569 เพื่อเริ่มงานก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในไม่เกิน 1,080 วันตามที่ระบุในสัญญาหรือประมาณ 3 ปี และเปิดให้บริการทั้ง 2 โครงการในปี 2572

ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด(รฟฟท.) ผู้ให้บริการเดินรถไฟชานเมืองสายสีแดง(รถไฟฟ้าสายสีแดง2เส้นหลักตลิ่งชัน-บางซื่อ-รังสิต) เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2569 ว่า รถไฟฟ้าสายสีแดงเติบโตต่อเนื่อง ปัจจุบันผู้โดยสารประมาณ 4 หมื่นคนต่อวัน แต่ผลประกอบการยังขาดทุน(ไม่แจ้งตัวเลขรายได้และขาดทุน) แต่ดำเนินกิจการต่อได้ เพราะได้รับสนับสนุนงบประมาณจากรฟท.

ได้มอบให้ รฟฟท. เร่งจัดบริการระบบขนส่งเสริม (ฟีดเดอร์) อำนวยความสะดวกเชื่อมต่อการเดินทางให้ประชาชน โดยเฉพาะสถานีรังสิต ซึ่งได้รับร้องเรียนจากประชาชนว่า ยังมีรถให้บริการรับ-ส่งไม่เพียงพอ ให้หารือกับกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) โดยเร็วที่สุด ปัจจุบันสถานีรังสิต มีผู้โดยสารราว6 พันคนต่อวัน

นอกจากนี้ให้เร่งเพิ่มหัวอ่านบัตร EMV Contactless เพื่อรองรับการชำระค่าโดยสารโดยใช้ตั๋วร่วมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เวลานี้ยังคงใช้มาตรการรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน หากเดินทางเกิน 40 บาท ระบบจะคืนส่วนต่างให้ภายหลัง ขณะเดียวกันให้จัดทำแผนการหารายได้เชิงพาณิชย์เพิ่ม เพราะบริเวณภายในสถานียังมีที่ว่างอยู่ สามารถนำพื้นที่ไปหารายได้ในเชิงพาณิชย์ได้ ต้องหารือกับรฟท. ต่อไป เพื่อนำรายได้ไปใช้ในการบำรุงรักษารถไฟฟ้า รวมทั้งเพิ่มเติมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ แก่ประชาชน อาทิ ร้านค้า และพื้นที่พักผ่อน