สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองอันดง ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ว่า ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ผู้นำเกาหลีใต้ และนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้นำญี่ปุ่น กล่าวหลังการประชุมที่บ้านเกิดของอี ในเมืองอันดง ว่า พวกเขาจะกระชับความร่วมมือ เพื่อรักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานพลังงาน และขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในเอเชียอื่น ๆ หลังสงครามในตะวันออกกลาง ได้นำไปสู่การหยุดชะงักของอุปทาน
ผู้นำเกาหลีใต้กล่าวในแถลงการณ์ร่วมว่า ความไม่มั่นคงในห่วงโซ่อุปทาน และตลาดพลังงาน ซึ่งเกิดจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างทั้งสองประเทศ
South Korea, Japan agree to shore up energy cooperation, strengthen security ties https://t.co/m7KyWFtxxl
— The Straits Times (@straits_times) May 19, 2026
ด้านทาคาอิจิกล่าวว่า พวกเขายังได้ริเริ่มโครงการทวิภาคี ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของอุปทานพลังงาน ซึ่งรวมไปถึงการเพิ่มปริมาณสำรองในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก และการประเมินความมั่นคงด้านพลังงานผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น การทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และแอลเอ็นจี ระหว่างกัน
ผู้นำทั้งสองยังยืนยันถึงการประสานงานด้านความมั่นคงที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น รวมถึงความร่วมมือไตรภาคีกับสหรัฐอเมริกา ขณะที่พวกเขากำลังเผชิญกับความท้าทายร่วมกัน เช่น ภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ และความตึงเครียดในภูมิภาคที่กว้างขึ้น
การประชุมสุดยอดที่เมืองอันดงเป็นการพบปะครั้งที่ 6 ระหว่างผู้นำทั้งสอง นับตั้งแต่อีเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ และเป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้ ภายใต้กรอบ “การทูตแบบไปมาหาสู่” ส่วนในการพบปะครั้งนี้ ทั้งสองจะเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ซึ่งจะเสิร์ฟทั้งอาหารเกาหลีและญี่ปุ่น ที่เป็นสัญลักษณ์เพื่อแสดงถึงมิตรภาพ.
เครดิตภาพ : REUTERS



