นายดอน นาครทรรพ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ในไตรมาสที่ 1 ปี 69 ขยายตัว 2.8% เป็นตัวเลขที่สูงกว่า ธปท.ประเมินไว้ที่ 2.6% 

ขณะที่จีดีพีทั้งปี 69 ธปท.ประมาณการไว้ที่ 2.1% ใกล้เคียงกับของสศช.ที่ 2% และธปท.ยังคาดจีดีพีปี 70 ไว้ที่ 1.6% เนื่องจากมีฐานที่สูงจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้ แต่หากรัฐบาลสามารถใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน 200,000 ล้านบาทหลังที่เป็นเรื่องการผลักดันการลงทุนระยะยาว มองว่ามีโอกาสเห็นจีดีพีไทยปี 70 เติบโตได้มากกว่า 2%

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ปี 69 มองว่าจะลดลงค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นไตรมาสที่ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง จนเกิดวิกฤติพลังงาน แต่แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 ปี 69 ธปท.คาดว่าจะเห็นตัวเลขจีดีพี 3% ได้ เป็นผลมาจากการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท โดยเฉพาะจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่จะเห็นผลในไตรมาสที่ 3 ปี 69 ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ปี 69 จะเห็นการขยายตัวชะลอลงมา เนื่องจากฐานสูงในปีที่ผ่านมา

“หากไม่มีมาตรการรัฐออกมากระตุ้น เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 1 ปี 69 จะเป็นไตรมาสที่ตัวเลขสูงที่สุดแล้วในปีนี้ แต่พอมีมาตรการคิดว่าไตรมาสที่ 3 ปี 69 เศรษฐกิจไทยอาจจะเห็นตัวเลขที่ 3% ได้ และจะปรับลดลงมาในไตรมาสที่ 4 ปี 69 เพราะฐานที่สูงในปีที่แล้วโดยเฉลี่ยทั้งปี 69 จะออกมาที่ 2.1%”

นายดอน กล่าวว่า การประมาณการแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 69 นี้ ถ้าสงครามตะวันออกกลางลากยาวออกไปจนถึงสิ้นปีนี้ จะกระทบกับเศรษฐกิจไทยค่อนข้างมาก มีโอกาสได้เห็นจีดีพีขยายตัวต่ำกว่า 1% ในปี 69 และเงินเฟ้อน่าจะเกิน 5% อย่างไรก็ตามมีความเป็นไปได้สูงที่สงครามตะวันออกกลางจะจบภายในครึ่งปีแรก 

นอกจากนี้ยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยในระยะสั้นโตต่ำกว่าศักยภาพ ธปท.ประเมินศักยภาพของเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ 2.7% ดังนั้น หากเศรษฐกิจไทยปีนี้ที่ 2.1% ก็ถือว่ายังต่ำกว่าศักยภาพระดับหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดี 

ที่ผ่านมาได้มีการหารือกับนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. ในเรื่องไทยติดกับดัก Low Growth Trap หรือติดกับดักโตต่ำมาเป็นเวลานาน และจริงๆต้องหาทางออก โดยจากเหตุการณ์วิกฤติที่เกิดขึ้นเป็นวิกฤติพลังงาน แต่ถ้าเป็นวิกฤติเศรษฐกิจจริงต้องเห็นตัวเลขจีดีพีติดลบ ดังนั้นในครั้งนี้ยังถือว่าพอไปได้ ยังไม่ใช่วิกฤติเศรษฐกิจ

นายดอน กล่าวว่า การออกพ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาทนั้น ยอมรับว่าจะทำให้หนี้สาธารณะต่อจีดีพีขยับขึ้นประมาณ 2% โดยปัจจุบันอยู่ที่ 66% อย่างไรก็ตามหากไม่กู้เลย ก็จะมีแผนที่จะกู้ในอนาคต และอีก 2 ปี จะทำให้หนี้สาธารณะเข้าใกล้ 70% ต่อจีดีพี โดยปัจจุบันทางบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ หรือเครดิตเรตติ้งยังให้โอกาสไทย โดยมองว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท เป็นการกระตุ้น และมีการแบ่งเป็น 200,000 ล้านบาท สำหรับระยะยาว และมีแนวทางว่าจะทำอย่างไรในอนาคตว่าจะลดหนี้หรือปฏิรูปภาษีอย่างไร

“เศรษฐกิจไทยในเวลานี้ ไม่ใช่เสือ หรือ หากเป็นเสือก็เป็นเสือที่ป่วยมาก คงไม่มีเขี้ยวเล็บอะไร โดยสมัยที่เป็นเสือตัวที่ 5 จีดีพีเติบโตได้ถึง 10% แต่ปัญหาของไทย คือ เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เพราะทุกครั้งที่โดนวิกฤติ อัตราการขยายตัวก็จะลงมาเรื่อยๆ เจอตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้ง วิกฤติการเงินโลก วิกฤติน้ำท่วม วิกฤติการเมือง วิกฤติโควิด และวิกฤติพลังงาน อัตราการขยายตัวก็ต่ำลงมาเรื่อยๆ และไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้างประชากร หากไม่พูดถึงวิกฤติ ศักยภาพเศรษฐกิจไทยต้องลงต่ำอยู่แล้ว”