เมื่อวันที่ 20 พ.ค. พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รอง ผบก.น.1 เปิดเผยความคืบหน้าคดีรถไฟพุ่งชนรถเมล์สาย 206 ว่า ผลการตรวจหาสารเสพติดจากโรงพยาบาลตำรวจของนายสิริภูมิ ช่างเครื่องรถไฟ ไม่พบสารเสพติด ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสอบปากคำนายสิริภูมิ เอาไว้ในฐานะพยาน
ส่วนความคืบหน้าของการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดี พนักงานสอบสวนได้เรียกสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บและพยานแวดล้อมเพิ่มเติม อย่างเช่น วินรถจักรยานยนต์ และตำรวจ สน.มักกะสัน ฝ่ายป้องกันและปราบปรามที่พบและควบคุมตัวพนักงานคนขับรถรถไฟในวันที่เกิดเหตุ รวมถึงดำเนินการพิจารณาตรวจสอบและพิสูจน์ทราบผู้ที่เข้าข่ายการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรฯ เพิ่มเติมในกรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
โดยในวันพรุ่งนี้ (21 พ.ค.) พนักงานสอบสวนได้นัดหมายสอบปากคำนายสถานีมักกะสัน และนายสถานีคลองตัน เพื่อสอบถามถึงการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานขับรถไฟ รวมถึงพนักงานควบคุมไม้กั้น ขณะเกิดเหตุว่าเป็นไปตามขั้นตอนหรือไม่

ต่อมาที่สถานีรถไฟหัวหมาก ตำรวจ บก.น.1 และ สน.หัวหมาก ร่วมกับเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย เดินทางมาขึ้นรถไฟในส่วนห้องคนขับ เพื่อจำลองสถานการณ์และดูวิสัยของรถไฟ โดยเริ่มจากสถานีรถไฟหัวหมากมุ่งหน้าเข้าเมือง ไปยังสถานีรถไฟอโศก (ที่หยุดรถอโศก) ระยะทางประมาณ 9.2 กม.
ทั้งนี้มีรายงานทางการสืบสวนเบื้องต้นว่าจะเก็บข้อมูลในระหว่างการจำลองสถานการณ์ ประกอบไปด้วย
1.การตรวจสอบระยะการมองเห็นระบบอาณัติสัญญาณ เพื่อดูว่าคนขับรถไฟจะสามารถมองเห็นระบบอาณัติสัญญาณต่าง ๆ ทั้งธง ไฟสัญญาณ หรือยานพาหนะที่จอดคร่อมรางในระยะเท่าไหร่
2.ระยะการหยุดเบรกรถไฟ เพื่อดูว่าพนักงานขับรถไฟใช้ระยะทางเท่าไหร่ก่อนถึงสถานีหรือซุ้มไม้กั้นถนน การชะลอความเร็วและหยุดรถไฟ รวมทั้งจะสังเกตการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ประจำซุ้มรถไฟว่าจะเริ่มส่งสัญญาณให้พนักงานขับรถในระยะเท่าไหร่
นอกจากนี้ก็จะดูความเร็วของรถไฟว่าใช้ความเร็วเท่าไหร่ ตั้งแต่วิ่งรถไปจนถึงการชะลอความเร็วของรถก่อนที่จะเบรกหยุดรถไฟ

โดยประเด็นเหล่านี้ ชุดสืบสวนจะรวบรวมเพื่อมาตรวจสอบว่าสอดคล้องกับคำให้การของพนักงานควบคุมไม้กั้น พนักงานขับรถไฟ ช่างเครื่อง และพนักงานรักษารถไฟคันเกิดเหตุหรือไม่ รวมทั้งนำมาเปรียบเทียบกับข้อปฏิบัติของการรถไฟแห่งประเทศไทย ทั้งการปฏิบัติในส่วนของพนักงานขับรถไฟและพนักงานควบคุมไม้กั้น โดยจะสังเกตการปฏิบัติตั้งแต่การทำความเร็วรถไฟ การวิทยุสื่อสาร ระยะห่างของรถไฟก่อนที่จะนำไม้กั้นลง รวมทั้งการตีสัญญาณของพนักงานควบคุมไม้กั้น ทั้งสัญญาณไฟและสัญญาณธง
สำหรับการจำลองสถานการณ์ครั้งนี้ ชุดสืบสวนได้แบ่งเจ้าหน้าที่ออกเป็นออกเป็น 2 ชุด ชุดแรกคือ เจ้าหน้าที่สืบสวนที่สังเกตการณ์บนรถไฟ อีกชุดหนึ่งคือเจ้าหน้าที่สืบสวนที่สังเกตการณ์ตามซุ้มไม้กั้นรถไฟ
ส่วนขบวนรถไฟที่จะใช้จำลองสถานการณ์ เป็นขบวนรถไฟโดยสารปกติ ซึ่งจากข้อมูลของการรถไฟแห่งประเทศไทย ยืนยันว่า ทั้งรถไฟโดยสารและรถไฟขนส่ง มีระเบียบการปฏิบัติที่เหมือนกัน



